Home > สตรียิวผู้สูญเสียญาติ 8 คนในเหตุการณ์ 11 ก.ย.หันมารับอิสลาม

ซาเฟีย (คลุมฮิญาบ) กำลังให้ช่างทำเล็บให้

ซาเฟีย (คนขวามือ) กับนาตาเลีย ลูกสาววัย 10 ขวบ กำลังพักผ่อนที่บ้าน

ซาเฟีย อัล-คาซาบี: สตรียิวผู้สูญเสียญาติ 8 คนในเหตุการณ์ 11 ก.ย.หันมารับอิสลาม

Faith's Friction: Safia Al-Kasaby

ค.ศ.1963-

โดย SHERRI DAY, St.Petersburg Times, Tampa Bay, Florida, USA

แปลโดย วาริษาฮ์ อัมรีล

http://www.newmuslimthailand.com/main/index.php

ไม่อนุญาตให้ก็อปปี้ข่าวและบทความออกไปจากเว็บไซต์ หากต้องการเผยแพร่กรุณาทำลิงค์เข้ามาอ่านในนี้ – ขอบคุณมาก

แม่ของเธอตั้งชื่อเธอว่า 'อลิซาเบธ' ตามชื่อของพระราชินีอังกฤษ ต่อมาอีก 40 ปีเศษเธอได้ชื่อใหม่: ซาเฟีย อัล-คาซาบี, เพื่อแสดงให้เห็นถึงตัวตนใหม่ของเธอในฐานะมุสลิมะฮ์

ซาเฟีย, อายุ 43 ปี, เป็นคนที่ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเปลี่ยนมารับอิสลาม เธอมีสายเลือดยิวและเปอร์โตริกัน เคยเป็นนายสิบในกองทัพอากาศสหรัฐฯ และที่สำคัญที่สุด - เธอสูญเสียลุง 1 คนและญาติสนิทอีก 7 คนในเหตุการณ์ 11 ก.ย.2001

เมื่อมองย้อนกลับไปปี 2001 ซาเฟียจินตนาการไม่ออกเลยว่าในวันหนึ่งเธอจะมีศรัทธาในศาสนาเดียวกันกับผู้ก่อการร้ายเหล่านั้น

"ไม่ว่าผู้ใดจะเป็นคนก่อให้เกิดเหตุการณ์ 11 ก.ย. ก็ไม่เกี่ยวกับศาสนานี่" ซาเฟียกล่าว "ฉันไม่เคยเกลียดชังศาสนาอิสลาม ไม่เคยเกลียดชังชาวมุสลิม หากฉันจะโกรธเกลียดชาวมุสลิมเพราะเรื่อง 9/11 ละก็, ฉันคงต้องโกรธชาวเยอรมันทั้งหมดด้วยละสิ ที่ฆ่าหมู่ชาวยิวในสงครามโลกครั้งที่สอง"

ซาเฟียรับอิสลามเมื่อปี 2005 ท่ามกลางข่าวร้ายๆ เกี่ยวกับอิสลาม ทั้งก่อการร้าย, สงครามอิรัก, และการเสียชีวิตของทหารอเมริกัน

เช่นเดียวกับมุสลิมคนอื่นๆ, ซาเฟียรู้สึกได้ถึงความตึงเครียดรอบๆ ตัวเธอ: เธอมักถูกมองด้วยสายตาแปลกๆ เพราะคลุมฮิญาบ

อย่างเมื่อเดือนก่อน สถานทูตสหรัฐฯ ในไคโร, อียิปต์, ปฏิเสธวีซ่าของคู่หมั้นชาวอียิปต์ของเธอ ซาเฟียบอกว่า เธอรู้ว่าเพราะอะไร

ศาสนาใหม่ทำให้เกิดช่องว่างในครอบครัวคริสเตียนของเธอ แม่ของเธอ, พี่สาวทั้งสามของเธอ, ลูกสาวคนหนึ่งของเธอ ทั้งหมดตั้งคำถาม

"การที่เธอรับอิสลามในช่วงเวลานี้ ต้องรู้เลยว่า เธอกำลังเผชิญกับการเดินทางที่ท้าทายที่สุด" แพท 'อาลียา' ครูซ, เพื่อนมุสลิมะฮ์ของซาเฟียผู้เปลี่ยนมารับอิสลามเมื่อ 11 ปีก่อน

อิสลามเป็นศาสนาที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ในบรรดามุสลิม 1.3 พันล้านคนทั่วโลก มี 4.7 ล้านคนอาศัยอยู่ในสหรัฐฯ, จากตัวเลขของ Association of Religion Data Archives

อิสลามเป็นศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดของโลกศาสนาหนึ่ง และอยู่ในสหรัฐฯ มานานแล้ว แต่เหตุการณ์ 9/11 ทำให้คนรู้จักอิสลามและมุสลิมเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ชาวมุสลิมในสหรัฐฯ มักอยู่ในชุมชนกันอย่างเงียบๆ และตอนนี้ชาวอเมริกันมุสลิมรู้สึกว่าคนทั่วไปอยากให้พวกเขาตอบคำถามแทนผู้ก่อการร้าย (ที่ทำในนามอิสลาม) ไปซะ!

ชาวมุสลิมทั่วสหรัฐฯ มักบ่นเรื่องภาพพจน์ร้ายๆ ของมุสลิมบนหน้าหนังสือพิมพ์และทีวี หลายคนบอกว่า พวกสุดโต่งที่บอกว่าทำในนามศาสนาทำให้อิสลามเสียหายไปด้วย แต่การจะแยกอิสลามออกจากการกระทำของมุสลิมเลวๆ ก็ดูเหมือนจะเป็นงานที่หนักพอสมควร

ในโพลสำรวจความคิดเห็นของชาวอเมริกันมุสลิมพบว่า พวกเขารู้สึกว่าชาวอเมริกันทั่วไปมองพวกเขาในแง่ลบ ในแกลลอปโพลที่ออกมาเมื่อเดือนสิงหาคม 2006 พบว่า 39% ของชาวอเมริกันมีอคติต่อชาวมุสลิม 25% บอกว่าพวกเขาไม่ต้องการมีเพื่อนบ้านเป็นชาวมุสลิม

อีก 39% ต้องการให้ชาวมุสลิมถือบัตรประจำตัวประชาชนตลอด และต้องเช็คตอนขึ้นเครื่องบิน

ที่ชุมชนมุสลิม 45,000 คนในแทมปาเบย์, ฟลอริดา, ก็เจอเหตุการณ์แอนตี้มุสลิมเช่นเดียวกัน ปี 2002 เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม ดร.โรเบิร์ต โกลด์สไตน์ ในข้อหาวางแผนเตรียมเผามัสยิด

อเมริกันมุสลิมเจออะไรหนักๆ มากมาย อิสลามกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องเจออุปสรรคกันบ้าง

เอียฮซาน บักบี, ผศ.ด้านอิสลามศึกษาในมหาวิทยาลัยเคนตั๊กกี้, กล่าวว่า ช่วงนี้แหละเป็นช่วงที่ดีที่สุดและเลวร้ายที่สุดของอเมริกันมุสลิมแล้ว

"ความกดดันนี้แหละที่ในที่สุดจะก่อให้เกิดผลดีสุดๆ ตามมา เพราะชาวอเมริกันมุสลิมจะร่วมกันฝ่าฟันจนกลายเป็นสมาชิกเต็มตัวของสังคมนี้" เอียฮซานกล่าว "วันหนึ่งทุกคนจะหันหลับมามองชีวิตช่วงนี้ แล้วบอกว่านี่ละคือจุดเปลี่ยนของประวัติศาสตร์อิสลามในอเมริกา!"

แม้ในช่วงที่เลวร้ายสุดๆ อิสลามก็ยังคงเติบโตต่อไป, ด้วยอัตราการเกิดที่สูงและมีผู้หันมารับอิสลามเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตัวอย่างเช่น ซาเฟีย

ซาเฟียเติบโตมากับปู่และย่าในเปอร์โตริโก ปู่ของเธอเป็นชาวยิวที่หนีจากการตามล่าของนาซีเยอรมันในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ย่าของเธอเป็นคาทอลิก ซาเฟียเลือกเป็นยิวตามปู่

แต่ศาสนาจูดายก็ทำให้เธอผิดหวัง, เธอบอก, ในปี 1997 เธอเกือบสิ้นเนื้อประดาตัว เลยหันไปขอความช่วยเหลือจากสุเหร่ายิวในนอร์ธแทมปา, รัฐฟลอริดา, เจ้าหน้าที่ที่นั่นถามว่าเธอเป็นสมาชิกของสุเหร่าหรือเปล่า ซาเฟียตอบว่าเปล่า พวกเขาถามอีกว่าเธอเป็นยิวจริงหรือเปล่า

"พวกเขาบอกว่าการมีปู่เป็นยิวก็ใช่ว่าฉันจะเป็นยิว" ซาเฟียเล่า "นั่นคือกำแพงขั้นต้น คือฉันไม่ใช่สายเลือดยิวบริสุทธิ์"

เจอกับการปฏิเสธเช่นนั้น เธอละทิ้งสุเหร่ายิวโดยสิ้นเชิง จากนั้น 8 ปีเต็มเธอไม่ได้เข้าไปข้องเกี่ยวกับศาสนาใดๆ

แล้วเธอก็พบกับอิสลามในปี 2005 ในวันที่สามของการท่องเที่ยวในโมรอกโก

"ฉันรู้สึกราวกับว่าพระเจ้าอยู่ตรงนั้น" เธอบอก, เรียกให้เธอไปมัสยิด...ตอนที่มีเสียงอะซาน (เรียกคนไปละหมาด) "ฉันเลยว่า 'นี่ละ, ฉันเชื่อพระเจ้ามีเพียงองค์เดียว พระองค์ถูกเรียกว่า อัลลอฮ และศาสนฑูตของพระองค์คือ มุฮัมหมัด'"

ตอนแรกครอบครัวของเธอไม่ค่อยซีเรียสกับเรื่องนี้ เพื่อนร่วมงานที่ธนาคารมองชุดทำงานของเธอสไตล์มุสลิมโมรอกกันแบบเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม ซาเฟียรู้สึกว่าเธอควรจะลดความเข้มข้นลงหน่อย เลยเอาผ้าคลุมผม (ฮิญาบ) มาคล้องไว้ที่คอแทน เธอยังไม่กล้าละหมาดที่ออฟฟิศ

ส่วนใหญ่แล้วซาเฟียปฏิบัติศาสนกิจที่บ้านเท่านั้น ศึกษาอิสลามจากอินเตอร์เน็ต ทั้งจากเว็บไซต์และแช็ทรูม

เดือนมิถุนายนเธอเดินทางไปยังสมาคมอิสลามแทมปาเบย์ ขอพบอิหม่าม เธอต้องการกล่าวชาฮาดาฮ์ ปฏิญาณตนเป็นอิสลาม ตอนนั้นเธอตกงาน อิหม่ามเลยให้เธอทำงานที่สำนักงานของสมาคมฯ

นอกจากนี้ทางสมาคมฯ ยังซื้ออาหารให้เธอเต็มตู้เย็น จ่ายค่าเช่าบ้านและจ่ายค่าไฟฟ้าให้เธอ

ท้ายที่สุด, ซาฟียบอกว่า, เธอได้พบกับครอบครัวทางจิตวิญญาณ ที่ช่วยเหลือในยามทุกข์ยาก ในขณะที่ ซิลเวีย พี่สาวของเธอเกรี้ยวกราดที่เห็นซาเฟียคลุมฮิญาบไปงานศพของสามีเธอ แถมยังหอบคัมภีร์อัล-กุรอานไว้ในมือด้วย

ที่บ้านของซาเฟียใน Town 'N Country เธอต้องเลี้ยงดูลูกสาวสองคน

นาตาเลีย, ลูกสาววัย 10 ขวบ, บอกว่าศาสนาของแม่เธอจ๊าบสุดๆ

"หนูก็บอกว่า เฮ้! แม่หนูเป็นมุสลิมนะ" อาดากล่าว "เธอไม่ใช่ผู้ก่อการร้ายซะหน่อย"

ซาเฟียหวังว่าคนทั่วไปจะดูเธอเป็นตัวอย่างว่าจริงๆ แล้วอิสลามคืออะไร แม้ตอนนี้เธอยังเพิ่งจะเป็นมุสลิมะฮ์มือใหม่ก็ตาม

เธอศึกษาคัมภีร์อัล-กุรอานและละหมาดวันละ 5 เวลา เธอแต่งหน้าทาปาก บางทีก็คลุมฮิญาบ - แต่บางทีก็เปล่า

และก็มีข่าวดี...คู่หมั้นของเธอเพิ่งได้วีซ่า แล้วทั้งคู่ก็แต่งงานกันเมื่อวันศุกร์

เธอมองไปถึงวันข้างหน้า...วันที่ศาสนาของเธอไม่เป็นข่าวลบทางหน้าหนังสือพิมพ์อีกต่อไป

"ฉันไม่ชอบให้ใครมากระซิบซาบ ไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลังฉัน" เธอกล่าว "ฉันอยากกลมกลืนกับคนอื่นๆ ในสังคม ยังรักษาศรัทธาในอิสลามไว้อย่างเหนียวแน่น...ในขณะที่กลมกลืนกับสังคมได้"

ที่มา: Faith's Friction. St.Petersburg Times: Tampa Bay, Florida, USA. 8 September 2006.

 
Copyright 2006 newmuslimthailand.com All rights reserved.    Online: 2 Visitors  Contact : newmuslimthailand@yahoo.com