Home > ครอบครัวฮิสแพนนิกมุสลิม

ครอบครัวฮิสแพนนิกมุสลิม

Spanish-Speaking Muslims Find a Home

แดนนีและมาร์เลนี เฮอร์นันเดซ และลูกๆ ทั้งสามคน

แปลโดย วาริษาฮ์ อัมรีล

http://www.newmuslimthailand.com/main/index.php

ไม่อนุญาตให้ก็อปปี้ข่าวและบทความออกไปจากเว็บไซต์ หากต้องการเผยแพร่กรุณาทำลิงค์เข้ามาอ่านในนี้ – ขอบคุณมาก

โดยทั่วไปแล้ว ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับอิสลามก็คือ ผู้คนมักคิดว่ามุสลิมต้องมาจากตะวันออกกลางเท่านั้น ทั้งๆ ที่ในอเมริกามีชาวมุสลิมอาศัยอยู่ถึง 6 ล้านคน พวกเขามาจากทั่วทุกมุมโลก และมีจำนวนมากที่เกิดและเติบโตมาในสหรัฐฯ

ต่อไปนี้คือเรื่องราวของครอบครัวชาวฮิสแพนนิกมุสลิมครอบครัวหนึ่ง

ทุกวันนี้ ครอบครัวเฮอร์นันเดซจะเริ่มต้นวันใหม่กันเวลา 6 โมงเช้า เด็กๆ อาบน้ำแต่งตัวเตรียมพร้อมไปโรงเรียน ในขณะที่แดนนีและมาร์เลนี พ่อและแม่ จะใช้เวลารับประทานอาหารเช้าด้วยกันอีกพักหนึ่ง

แต่ก่อนหน้านั้น ช่วงเช้าตรู่ สมาชิกในครอบครัวทั้ง 5 คนได้ละหมาดซุบฮิร่วมกัน พวกเขาหันหน้าไปทางทิศตะวันออก คุกเข่าลง ก้มศีรษะ หน้าผากจรดพื้น ก่อนจะลุกขึ้นนั่งแล้วยกมือขึ้นขอพรจากพระผู้เป็นเจ้า

คล้ายกับครอบครัวฮิสแพนนิกอีกหลายพันครอบครัว สมาชิกเฮอร์นันเดซได้เดินบนเส้นทางที่นำพวกเขาสู่อิสลาม

ครอบครัวนี้อาศัยในเมืองนอร์ธเบอเกน รัฐนิวเจอร์ซี เป็นเมืองซึ่งมีประชากรชาวฮิสแพนนิกสูงถึงร้อยละ 60 จากการสำรวจสำมะโนประชากรของรัฐบาลสหรัฐฯ พบว่าชาวฮิสแพนนิกเป็นชนกลุ่มน้อยที่มีอัตราการเจริญเติบโตของประชากรสูงที่สุดในประเทศ

จำนวนชาวฮิสแพนนิกมุสลิมในสหรัฐฯ มีเท่าไรไม่ทราบแน่ชัด แต่กำลังโตวันโตคืนอย่างแน่นอน ทั้งชาวฮิสแพนนิกและชาวมุสลิมต่างก็มีพื้นฐานที่คล้ายคลึงกันทั้งการเป็นผู้อพยพ หน้าที่การงาน เรื่องสิทธิมนุษยชน พวกเขาให้ความสนใจกับความสัมพันธ์ในครอบครัวเหมือนๆ กัน ช่วยให้ชาวฮิสแพนนิกซึ่งส่วนใหญ่มีรากฐานมาจากโรมันคาทอลิกได้เปลี่ยนผ่านความศรัทธาจากศาสนาที่พวกเขาถือกำเนิดมาไปสู่อิสลาม

การหันมารับอิสลามของชาวฮิสแพนนิกเป็นเรื่องธรรมดาในอเมริกา จากการศึกษาของ Pew Research พบว่า ชาวอเมริกันร้อยละ 40 เปลี่ยนจากศาสนาที่ถือกำเนิดไปสู่อย่างอื่น (ส่วนใหญ่ก็ไม่นับถือศาสนาแหละ)

แดนนี เฮอร์นันเดซ, อายุ 30 ปี, ถือกำเนิดในเขตควีนส์ กรุงนิวยอร์ก บิดามารดาของเขาเป็นชาวเปอร์โตริโกซึ่งเลี้ยงดูเขามาอย่างเด็กคาทอลิก ช่วงวัยรุ่นเขาเข้าร่วมแก๊งค์อาชญากรรมจนต้องติดคุกระยะสั้นๆ และหลังกำแพงคุกนั่นเองที่เขาตัดสินใจเปลี่ยนแปลงชีวิต "ฉันอยู่ที่นี่ ใช้ชีวิตในกรงราวกับสัตว์" เขาบอกกับตัวเอง "ฉันไม่ต้องการเป็นแบบนี้อีกแล้ว"

การเปลี่ยนแปลงในชีวิตครั้งสำคัญของเขาเริ่มต้นจากคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของอิสลาม 'อัล-กุรอาน' ที่เขาแอบขโมยมาจากห้องสมุด หลังอ่านกุรอาน 9 เดือนเต็ม แดนนีก็ตัดสินใจรับอิสลาม

ตอนนั้นแดนนีเลิกดื่มเหล้าเลิกสูบบุหรี่แล้ว เพื่อนคนหนึ่งแนะนำเขากับผู้นำศาสนาของศูนย์ศึกษาอิสลามในนอร์ธเบอร์เกน เมื่อทุกคนในห้องโถงละหมาดลุกขึ้นตั้งแถวละหมาด แดนนีกลับได้รับคำแนะนำให้นั่งดูไปก่อน เขาเลยแย้งว่า "ผมมิได้รอ 9 เดือนเต็มๆ เพื่อมานั่งดูคนอื่นหรอกนะ ผมจะละหมาด" วันนั้นเขาได้ร่วมละหมาดกับมุสลิมคนอื่นๆ และรับอิสลามในปี 1999

แดนนีใช้ชื่อมุสลิมว่า 'อับดุลลาฮ์' หรือ 'บ่าวของพระเจ้า' และเริ่มแนะนำศาสนาอิสลามแก่พ่อแม่และพี่ชายน้องชาย ซึ่งทุกคนรับอิสลามหลังจากนั้นไม่นาน

ส่วนเส้นทางสู่อิสลามของภรรยาแดนนีก็เริ่มต้นจากคัมภีร์อัล-กุรอานในห้องสมุดเช่นเดียวกัน มาร์เลนี วาร์กัส ถือกำเนิดในเมืองแฮคเกนแซค รัฐนิวเจอร์ซี พ่อแม่เธอเป็นชาวโดมินิกัน เลี้ยงดูเธอมาอย่างเด็กคาทอลิก เมื่ออายุได้ 18 ปี มาร์เลนีให้กำเนิดลูกสาวคนแรก เบียงกา โรซา และย้ายออกจากบ้านพ่อแม่

เธอได้รู้จักอิสลามครั้งแรกจากผู้ชายมุสลิมเพื่อนร่วมงาน มาร์เลนีนิยมในความเคร่งครัดศาสนาและวินัยในการใช้ชีวิตของพวกเขา เธอตั้งคำถามพวกเขาเกี่ยวกับอิสลามมากมาย เธอไปยังห้องสมุดของเมือง ยืมคัมภีร์อัล-กุรอานมาศึกษา

เช่นเดียวกับสามีในอนาคตของเธอ มาร์เลนีตัดสินใจรับอิสลามในปี 2002 หลังจากศึกษาอัล-กุรอานด้วยตัวเอง

จากนั้นเธอเก็บเรื่องนี้เป็นความลับไว้ถึงหนึ่งปีเต็มก่อนจะรวบรวมความกล้าเปิดเผยกับพ่อแม่

มาร์เลนี เฮอร์นันเดซ, อายุ 25 ปี, ใช้ชื่อมุสลิมว่า 'ฟาติมา' ครอบครัวไม่ปลื้มกับการเปลี่ยนศาสนาของเธอ มาร์เลนีจึงไปหากำลังใจจากมัสยิดใกล้บ้าน ที่นั่นเธอได้เจอกับชาวมุสลิมมากมาย มาจากหลากเชื้อชาติ หลายเผ่าพันธุ์

"หลากหลายมากๆ" มาร์เลนีกล่าว เธอไปศูนย์ศึกษาอิสลามในนอร์ธเบอเกน "เรามีคนมาจากทั่วทุกมุมโลก รวมตัวกัน ด้วยเหตุผลเดียวกัน"

มาร์เลนีเริ่มเข้าชั้นเรียนอิสลามเบื้องต้น ซึ่งสอนเป็นภาษาสเปนโดยสามีในอนาคตของเธอเอง ด้วยดวงตาสีน้ำตาลเข้ม ผิวหยาดน้ำค้าง และรอยยิ้มสดใส เธอเป็นที่ต้องตาต้องใจของใครหลายคน แต่มาร์เลนีกลับถูกใจแดนนี เธอนิยมในความเคร่งศาสนาของเขา เพื่อนๆ มักกล่าวติดตลกเกี่ยวกับคู่นี้ว่าพวกเขาเหมือนเกิดมาคู่กัน และแล้วไม่กี่เดือนต่อมาทั้งคู่ก็แต่งงานกัน หลังจากนั้นไม่นาน แม่ของมาร์เลนีก็นำของขวัญแต่งงานมาให้ และกลับมาสานสัมพันธ์กับเธออีกครั้ง

ปี 2005 แดนนีและมาร์เลนี เฮอร์นันเดซ พร้อมด้วยลูกๆ ทั้งสามคนย้ายไปไคโร อียิปต์ พวกเขาใช้เวลาศึกษาภาษาอารบิกและหลักการพื้นฐานของอิสลามเป็นเวลาสามปีเต็ม โดยหวังจะฝังคุณลักษณะและจริยวัตรที่ดีงามของมุสลิมให้ลูกๆ ทั้งสามก่อนเดินทางกลับไปอเมริกา มาร์เลนีรำลึกถึงการใช้ชีวิตที่นั่นว่า "เราโชคดีมาก มีเวลาเยอะแยะสำหรับศึกษาศาสนาและใช้เวลากับลูกๆ"

ครอบครัวเฮอร์นันเดซเดินทางกลับไปยังสหรัฐอเมริกาเมื่อปีที่แล้ว พวกเขาเจอกับความท้าทายแรก: 'คริสต์มาส' ไง! มาร์เลนีบอกกับใครๆ ว่า "ฉันศรัทธาในพระเยซู อับราฮัม และโมเสส" แต่ยืนกรานว่าลูกๆ เธอต้องฉลองเทศกาลอิสลามเท่านั้น "ฉันแค่คิดว่าเรื่องเหล่านี้เป็นวัตถุนิยมซะมากกว่า" เธอกล่าว "เราฉลองเทศกาลอื่น"

เพื่อช่วยให้ลูกๆ ไม่กดดันจากโรงเรียน แดนนีกับมาร์เลนีก็เลยจัดงานฉลองเทศกาลอีดของมุสลิมให้พิเศษพอๆ กับเทศกาลคริสต์มาส วันตรุษอีดิลฟิตรีย์เป็นเทศกาลฉลองสิ้นสุดการถือศีลอดเดือนรอมดอนหนึ่งเดือนเต็มๆ

ในวันอีด พวกเขาตกแต่งบ้านให้วิเศษสุด มีของขวัญวางเป็นกองพะเนิน ชาวเฮอร์นันเดซใช้เวลาทั้งวันกับครอบครัวและเพื่อนๆ ส่วนตอนเย็นไปดูโชว์บรอดเวย์เรื่อง 'แมรี่ ป๊อปปินส์'

สำหรับแดนนี เฮอร์นันเดซ นี่คือบทเรียนที่มีค่ายิ่ง "เจอแบบนี้เด็กๆ จะได้เรียนรู้ว่าจะให้เกียรติเทศกาลของผู้อื่นอย่างไรและผู้อื่นได้ให้เกียรติเทศกาลของพวกเขาอย่างไร" เขากล่าว

ช่วงหัวค่ำ ทั้งครอบครัวร่วมรับประทานดินเนอร์ซึ่งประกอบด้วยข้าวและถั่ว เนื้อย่าง และอาหารเม็กซิกันอื่นๆ

หากมีเวลาเหลือ เด็กๆ จะดูทีวี พ่อแม่จะคัดเลือกให้ดูเฉพาะรายการการศึกษาเท่านั้น เมื่อเข้านอนแทนที่จะเล่านิทานก่อนนอน แดนนีและมาร์เลนีจะอ่านอัล-กุรอานให้ลูกๆ ทั้งสามฟัง ตอนนี้พวกเขาอายุ 9, 7, และ 4 ขวบแล้ว

มาร์เลนีบอกว่า คนส่วนใหญ่คิดว่าเธอแต่งงานกับ 'ชาวอาหรับ'

เธอเลยบอกว่าสามีเธอเป็น 'โบริคัว' หรือหนุ่มเปอร์โตริโกผู้แสนจะภาคภูมิใจในตัวเอง ซึ่งพอๆ กับที่เธอภาคภูมิใจในความเป็นสาวโดมินิกัน เธอทำให้ใครๆ ในเมืองประหลาดใจอย่างยิ่งด้วยการพูดภาษาสเปนออกมากับใครก็ตามที่หันมาทักทายสตรีฮิสแพนนิกที่ 'คลุมผม' คนนี้!

ที่มา: Spanish-Speaking Muslims Find a Home. ABC News: USA. 13 June 2008.

 
Copyright 2006 newmuslimthailand.com All rights reserved.    Online: 3 Visitors  Contact : newmuslimthailand@yahoo.com