Home > สาวละตินมองหาคำตอบในอิสลาม

สาวละตินมองหาคำตอบในอิสลาม

 

บีทริซ คาดี กำลังละหมาด โดยมียูริ ลารา (ขวา) นั่งมองใกล้ๆ, ที่ศูนย์วัฒนธรรมอิสลามที่อีสต์ฮาร์เล็ม กรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

 

แปลโดย วาริษาฮ์ อัมรีล

http://www.newmuslimthailand.com/main/index.php

ไม่อนุญาตให้ก็อปปี้ข่าวและบทความออกไปจากเว็บไซต์ หากต้องการเผยแพร่กรุณาทำลิงค์เข้ามาอ่านในนี้ – ขอบคุณมาก

นิวยอร์ก, สหรัฐอเมริกา - ตอนที่บีทริซ คาดี เติบโตมาในเมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล เธอรู้สึกไม่ถูกใจค่านิยมเรื่องความงาม ซึ่งเธอบอกว่าเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมบราซิล เธอบอกว่าการเน้นความสวยงามภายนอกขัดแย้งกับคุณลักษณะส่วนตัวของเธอ

เมื่อบีทริซอพยพมานิวยอร์กเมื่อ 10 กว่าปีก่อน เธอจึงได้ค้นพบคุณลักษณะของเธอในอิสลามและฮิญาบ

"เมื่อคลุมฮิญาบ ฉันรู้สึกว่าคนให้เกียรติฉันมากขึ้น" เธอกล่าว

สถาปนิกสาววัย 27 ปีผู้นี้เปลี่ยนจากคาทอลิกเป็นมุสลิมเมื่อ 4 ปีก่อน เธอมิได้บอกเรื่องนี้กับครอบครัวจนกระทั่งไม่กี่ปีถัดมา และก็ไม่ได้บอกแบบโต้งๆ, เธอใช้วิธีเขียนจดหมาย!

"ตอนฉันเริ่มคลุมฮิญาบ ก็ชักมีปัญหาละสิ" เธอเล่าถึงความหลัง "พ่อไม่อยากให้ฉันคลุมผมในที่สาธารณะที่บราซิล"

บีทริซเป็นหนึ่งในสาวละตินอเมริกันในสหรัฐอเมริกาที่หันมารับอิสลาม สภาอเมริกันมุสลิมซึ่งมีสำนักงานใหญ่ที่ชิคาโกคาดว่าในสหรัฐฯ มีชาวละตินมุสลิมราว 200,000 คน, ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าร้อยละ 60 ของจำนวนนี้เป็นสตรีเพศ

ยูริ ลารา (ซ้าย) และบีทริซ คาดี (ขวา) ในชั้นเรียนศาสนาที่ศูนย์วัฒนธรรมอิสลามที่อีสต์ฮาร์เล็ม กรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

มัสยิดในสหรัฐฯ เริ่มมีชั้นเรียนศาสนาสำหรับมุสลิมใหม่ ศูนย์ศึกษาอิสลามนอร์ธฮัดสันในยูเนียนซิตี้ รัฐนิวเจอร์ซีย์ เปิดอบรมศาสนาทั้งเป็นภาษาอังกฤษและสเปน

มาเรียม อบัสซี รองประธานโครงการดะวะฮ์ (เผยแพร่ศาสนา) ของศูนย์ฯ นี้ บอกว่า จากสมาชิกของศูนย์ฯ ที่มีประมาณ 4,000-5,000 คน ในจำนวนนี้เป็นมุสลิมใหม่ชาวละตินราว 500 คน

ชาวละตินจำนวนมากหันมารับอิสลามเพราะการแต่งงาน ที่เหลือรับอิสลามตอนยังโสด ซึ่งมักเป็นเพราะรู้สึกไม่พอใจกับศาสนาที่พวกเขาเติบโตมา ซึ่งชาวละตินส่วนใหญ่ถูกเลี้ยงดูมาแบบคาทอลิก

เชอร์เนอร์ ซาอัดจัลลา, ผู้ช่วยอิหม่ามที่ศูนย์วัฒนธรรมอิสลามที่อีสต์ฮาร์เล็ม ซึ่งเป็นมัสยิดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองนิวยอร์ก, บอกว่า "พวกเขาจำนวนมากตั้งคำถามเรื่อง 'ตรีเอกานุภาพ'" คอนเซ็ปต์หลักของคริสตศาสนาที่สอนว่า พระเจ้าประกอบไปด้วยสามส่วนคือ พระบิดา, พระบุตร, และพระจิต "พวกเขาบอกว่าคอนเซ็ปต์นี้สร้างความสับสน" ในชุมชนของเชอร์เนอร์มีชาวมุสลิมราว 1,500 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวละตินราวร้อยละ 10-15 บางคนบอกว่าพวกเขารู้สึกกระอักกระอ่วนที่ต้องสารภาพบาปกับบาทหลวง และรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ติดต่อกับพระเจ้าโดยตรง (ต้องมีบาทหลวงเป็นสื่อกลาง)

"ฉันถูกเลี้ยงดูมาแบบคาทอลิก แต่รู้สึกไม่ถูกใจเท่าไหร่ ฉันรู้สึกว่าข้างในของตัวเองช่างว่างเปล่าเหลือเกิน" เมย์ลีน เทอร์บิเดส, นักเรียนชาวโดมินิกันวัย 21 ปี, กล่าว "ไม่เคยรู้สึกเลยว่าเป็นศาสนาที่ใช่" เมย์ลีนอาศัยในเวสต์นิวยอร์ก รัฐนิวเจอร์ซีย์ เธอใช้ชื่อมุสลิมว่า 'ไลลา'

ก่อนค้นพบอิสลาม เมย์ลีนศึกษาโปรแตสแตนท์และมอร์มอน ซึ่งก็ไม่สามารถจูงใจเธอได้อีกเช่นกัน จากนั้นเมื่อสองปีก่อน เจ้านายชาวมุสลิมของเธอก็เริ่มพูดคุยกับเธอเรื่องอิสลาม "ฉันเคยสนุกสนานกับปาร์ตี้ ดื่มเหล้า ฉันเมาได้ซัก 500 ครั้งมั้ง" เมย์ลีนเล่าเป็นภาษาสเปน "รู้สึกว่าช่างเป็นชีวิตที่ไร้สาระเหลือเกิน และพบว่าตัวเองต้องการกฎเกณฑ์ในการใช้ชีวิต"

อิสลามดึงดูดชาวคาทอลิกละตินด้วยเหตุผลหลายประการ "คาทอลิกกับอิสลามมีความคล้ายคลึงกันมาก" อิบราฮิม ฮูเปอร์ กล่าว เขาเป็นโฆษกของสภาความสัมพันธ์อเมริกัน-อิสลาม หรือ CAIR (Council on American-Islamic Relations) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ที่วอชิงตันดีซี "ทั้งสองศาสนามีกฎเกณฑ์ที่สาวกต้องปฏิบัติตาม ทั้งการปฏิบัติตัวให้เป็นคนดีและการช่วยเหลือชุมชน"

หลายคนบอกว่าศาสนาใหม่ทำให้พวกเธอไม่ต้องโดนผู้ชายแซว "ฉันรู้สึกว่าได้รับการปกป้องมากขึ้น" เมย์ลีนกล่าว "เมื่อก่อนตอนเดินบนถนนต้องโดนผู้ชายแซวตลอด หรือไม่ก็ผิวปาก แต่พอคลุมฮิญาบแล้วก็ไม่โดนแซวอีกเลย"

สำหรับสาวนิวยอร์กเชื้อสายเอกวาดอร์อย่าง ยูริ ลารา วัย 23 ปี เธอบอกว่าเธอเข้าใจบทบาทของสตรีในอิสลามดี "เรามีสิทธิ เรามีเสียง พระเจ้าระบุไว้ในอัล-กุรอานชัดเจนมาก" เธอกำลังศึกษาด้านจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยรัฐนิวยอร์ก (SUNY) แคมปัสอัลบานี

แต่สำหรับสาวมุสลิมใหม่ละตินแล้ว การเปลี่ยนศาสนาของพวกเธอต้องเผชิญกับการยอมรับของครอบครัว ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร

"ตอนแรกครอบครัวฉันก็ไม่ได้ยินดีนักหรอก" ดีมาริส ทาปานิส กล่าว เธออายุ 32 ปี ถือกำเนิดและเติบโตในยูเนียนซิตี้ รัฐนิวเจอร์ซีย์ แม่เธอเป็นเปอร์โตริกัน ส่วนพ่อเป็นคิวบา "ทำไมเธอต้องคลุมผมด้วย?" เธอกล่าวถึงบรรยากาศต่อต้านฮิญาบในครอบครัว "น้องชายของฉันคนหนึ่งบอกว่าไม่อยากให้ฉันคลุมผม เพราะหลังเหตุการณ์ 9/11 คนทั่วไปมักขุ่นเคืองชาวมุสลิม" เธอบอก "เขาเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของฉัน"

การคลุมฮิญาบทำให้มีเรื่องท้าทายแบบอื่นอีก เธอเจอเหตุการณ์นี้ตอนเริ่มคลุมฮิญาบไปทำงานที่ร้านโกรเซอรี่ "ใครๆ ก็มึนตึงกับฉัน" ดีมาริสกล่าว "แม้เจ้านายฉันจะเป็นมุสลิม แต่ทุกคนมีไมตรีจิตต่อเขา เพราะเขาเป็นอาหรับ แต่ฉันสิ ฉันเป็นชาวละติน พวกเขาบอกว่าฉันทรยศต่อศาสนาตัวเอง วันนั้นฉันเลยรู้สึกแย่ทั้งวัน"

แม้เจออุปสรรคในการเปลี่ยนมานับถืออิสลาม แต่มุสลิมใหม่จำนวนมากบอกว่าอิสลามได้เปลี่ยนชีวิตพวกเขา และเป็นไปในทางที่ดีขึ้น

"ฉันเป็นเวอร์ชั่นใหม่ของตัวเอง เป็นเวอร์ชั่นที่ดีขึ้น" ยูริกล่าว "ฉันสนิทสนมกับคนในครอบครัวมากขึ้นกว่าเดิม ฉันคิดถึงคนอื่นมากกว่าเดิม ไม่ใช่คิดถึงแค่ตัวเอง, ตัวเอง, และตัวเองเช่นเมื่อก่อน"

เมย์ลีน เทอร์บิเดส ระหว่างพักจากการเรียนที่ศูนย์วัฒนธรรมอิสลามที่อีสต์ฮาร์เล็ม กรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

เอสเตลา รามอน, ซึ่งเข้าเรียนชั้นเรียนศาสนาที่ศูนย์อิสลามนอร์ธฮัดสันในยูเนียนซิตี้ รัฐนิวเจอร์ซีย์, หันมาสนใจอิสลามหลังจากที่ เดลฟิโน สามีของเธอเปลี่ยนมารับอิสลามเมื่อ 4 ปีก่อน "ตอนแรกฉันถามเขาว่า เธอเป็นบ้ารึปล่าว?" เอสเตลาเล่าถึงตอนนั้น เธอและสามีต่างก็อพยพมาจากเม็กซิโกทั้งคู่ และเติบโตมาอย่างชาวคาทอลิก

เอสเตลา, วัย 34, บอกว่า หลังรับอิสลามแล้วสามีเธอเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น "เมื่อก่อนเขาดื่มเหล้าหนัก และก็ขี้โมโห" เธอกล่าว "ตอนนี้เขาเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองมากขึ้น รับผิดชอบมากขึ้น และก็ไม่ดื่มเหล้าอีกแล้ว" เอสเตลาอ่านอัล-กุรอานฉบับแปลภาษาสเปน และก็คิดเรื่องจะรับอิสลามเหมือนกัน แต่แม้เธอจะถูกดึงดูดโดยวิถีชีวิตแบบอิสลาม เธอบอกว่าตอนนี้ยังไม่พร้อม "เวลานั้นของฉันยังมาไม่ถึง" เธอบอก "แต่เมื่อไรพระเจ้าต้องการให้ฉันรับอิสลามละก็ ฉันก็ต้องรับ"

ที่มาColumbia New Service.

 
Copyright 2006 newmuslimthailand.com All rights reserved.    Online: 2 Visitors  Contact : newmuslimthailand@yahoo.com