Home > มัสยิดอีสต์ลอนดอน

ด้านหน้ามัสยิดอีสต์ลอนดอน

โดมมัสยิด ถ่ายจากด้านหลัง

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์แห่งอังกฤษเสด็จที่มัสยิดในปี 2001 โดยมี ดร.มุฮัมมัด อับดุล บารี (คนหล่อๆ ซ้ายมือ) ให้การต้อนรับ

มัสยิดอีสต์ลอนดอน

East London Mosque

โดย วาริษาฮ์ อัมรีล

http://www.newmuslimthailand.com/main/index.php

ไม่อนุญาตให้ก็อปปี้ข่าวและบทความออกไปจากเว็บไซต์ หากต้องการเผยแพร่กรุณาทำลิงค์เข้ามาอ่านในนี้ – ขอบคุณมาก

มัสยิดอีสต์ลอนดอนเป็นมัสยิดขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศอังกฤษ ตั้งอยู่ในเขตทาวเออร์แฮมเล็ตส์ ระหว่างไวท์ชาเพลและอัลด์เกต ใจกลางของชุมชนมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษ ในบริเวณมัสยิดมีทั้งศูนย์กลางมุสลิมลอนดอน, หอประชุมขนาดใหญ่สองหลัง, ห้องสวีทสำหรับใช้สัมมนา, และโรงเรียนประถมมุสลิม

มัสยิดแห่งนี้มีประวัติยาวนาน...

ในปี 1910 มุสลิมมีชื่อเสียงกลุ่มหนึ่งคิดจะสร้างมัสยิดที่ลอนดอน พวกเขาได้ก่อตั้ง 'ลอนดอนโมสค์ฟันด์' (London Mosque Fund) หรือกองทุนเพื่อก่อตั้งมัสยิดลอนดอน ตอนแรกพวกเขาเช่าห้องเล็กๆ ไว้ละหมาดจุมมาอ์ร่วมกัน ต่อมาในปี 1926 กองทุนนี้จึงมีเงินมากขึ้นในระดับหนึ่ง

ปี 1940 พวกเขาได้ซื้อบ้านสามหลังบนถนนคอมเมอร์เชียล, ลอนดอน อี 1, จากนั้นนำมาปรับปรุงเป็นมัสยิด ซึ่งเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 สิงหาคม 1941, นายพล เซอร์ฮุซเซน สุราวดี, ประธานคณะกรรมการบริหารของลอนดอนโมสค์ฟันด์, ทำพิธีเปิดและต้อนรับสมาชิกเข้าไปละหมาดในมัสยิดและเยี่ยมชมศูนย์วัฒนธรรมอิสลาม อิหม่ามผู้นำละหมาดครั้งแรกของมัสยิดนี้คือ เจ้าชาย ชี้คฮาฟิซ วาฮับ, เอกอัครราชฑูตซาอุอารเบียประจำอังกฤษในขณะนั้น

ตลอดเวลาหลายปี มีชาวมุสลิมอังกฤษที่มีชื่อเสียงเข้ามามีบทบาทในลอนดอนโมสค์ฟันด์ รวมทั้ง ซัยยิด อามีร อาลี, ที่ปรึกษาส่วนพระองค์ชาวอินเดียคนแรก, ท่านเป็นประธานของลอนดอนโมสค์ฟันด์ตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิตในปี 1928, นอกจากนี้ยังมีเจ้าชาย อกา ข่าน ที่เป็นประธานคณะกรรมการบริหารของมัสยิดตลอดชีพ, ส่วนอับดุลลาฮ์ ยูซุฟ อาลี และมาร์มาดุค พิคธัล, สองยอดนักแปลอัล-กุรอานเป็นภาษาอังกฤษ, ก็เคยเป็นทรัสตีของลอนดอนโมสค์ฟันด์

นอกจากนี้ยังมีผู้ที่มิใช่มุสลิม, แต่ตระหนักถึงความพยายามของชาวมุสลิมที่จะต้องสร้างมัสยิดให้ได้, ได้เข้ามาร่วมในขบวนการด้วย คือ ลอร์ดลามิงตัน (เสียชีวิตปี 1940) เป็นรองประธานของลอนดอนโมสค์ฟันด์, ในขณะที่ ศาสตราจารย์ ที. ดับเบิลยู. อาร์โนลด์, นักประวัติศาสตร์มีชื่อ, ก็ได้เข้ามาเป็นเลขาของฟันด์ และต่อมาตำแหน่งของเขาถูกสวมแทนโดย เซอร์เอิร์นเนส ฮิวส์ตัน, ส่วนเซอร์จอห์น วู้ดเฮด เป็นเหรัญญิก, และเอิร์ล วินเทอร์ตัน เป็นทรัสตีของฟันด์

ปี 1975 สภาเกรทเตอร์ลอนดอนได้ซื้อที่ดินบนถนนคอมเมอร์เชียล ตอนแรกมีแค่มัสยิดชั่วคราวก่อนที่มัสยิดหลังปัจจุบันจะถูกสร้างขึ้นที่ถนนไวท์ชาเพล

ปี 1985 มัสยิดอีสต์ลอนดอนหลังใหม่สร้างเสร็จเรียบร้อย ในวันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม 1985 สุไลมาน เจธา, ประธานสภาบริหารมัสยิดอีสต์ลอนดอน, ได้ต้อนรับมุสลิมเข้าสู่มัสยิดหลังใหม่

มัสยิดหลังนี้ใหญ่มาก มีทั้งโดมและมินาเร่ (หอคอยอาซาน) ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นจุดเด่นของอีสต์เอนด์ลอนดอน

แม้ตอนแรกดูเหมือนมัสยิดจะมีพื้นที่ใหญ่มาก แต่หลังจากนั้นไม่นานสมาชิกที่เข้ามาละหมาดมีจำนวนทวีคูณขึ้นตลอด โดยเฉพาะในการละหมาดวันศุกร์, เดือนรอมดอน, และวันอีดฯ แถมยังมีโครงการกิจกรรมต่างๆ ของมัสยิดโผล่ขึ้นมาในพื้นที่ของมัสยิดตลอด เลยต้องขยายเนื้อที่อีก

ทางมัสยิดใช้เวลานานมากในการขอซื้อที่ดินที่ตั้งอยู่ติดกันเพื่อขยายมัสยิดออกไป จนกระทั่งปี 1999 จึงสำเร็จ

ในปี 2001 เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์แห่งอังกฤษและเจ้าชายโมฮัมเหม็ด อัล-ไฟซาล ได้ร่วมกันเปิดงานรณรงค์แคมเปญเพื่อก่อสร้างศูนย์กลางมุสลิมลอนดอน ซึ่งงานก่อสร้างเริ่มต้นในปีถัดมา และในเดือนมิถุนายน 2004 ศูนย์กลางมุสลิมลอนดอนแห่งใหม่ก็สร้างเสร็จสมบูรณ์ เพิ่มเนื้อที่ให้กับมัสยิดที่ตั้งอยู่ติดกันถึง 8,300 ตร.ม.

ผู้บริหารมัสยิดอีสต์ลอนดอนคือทรัสตีซึ่งเลือกใหม่ทุกปี คณะกรรมการของปี 2007-08 นำโดย ดร.มุฮัมมัด อับดุล บารี ประธานคณะกรรมการ ส่วนคอเต็บและอิหม่ามเบอร์หนึ่งของมัสยิดคือ อับดุล คัยยัม.

 
Copyright 2006 newmuslimthailand.com All rights reserved.    Online: 2 Visitors  Contact : newmuslimthailand@yahoo.com