Home > รอมดอนของมุสลิมใหม่อังกฤษ

รอมดอนของมุสลิมใหม่อังกฤษ

My faith gives me inner peace

คุณแม่กับคุณลูก, มุสลิมใหม่อังกฤษ, สวยทั้งคู่

โดย Emma Pinch | Liverpool Daily Post

แปลโดย วาริษาฮ์ อัมรีล

http://www.newmuslimthailand.com/main/index.php

หลังจากเป็นปาร์ตี้เกิร์ลมาหลายปีดีดัก คุณแม่และคุณลูกสาวคู่นี้ก็ได้หันมารับอิสลามเพื่อ 'ปกป้อง' พวกเธอจากโลกสมัยใหม่. รายงานโดย เอ็มมา พินช์.

สาวน้อยวัย 14 จัสมิน สการิสบริก เพิ่งกลับถึงบ้านหลังวันอันยาวนานที่โรงเรียน แต่วันนี้เธอมิได้มุ่งตรงเข้าครัวเพื่อหาขนมขบเคี้ยว จัสมินไม่ได้รับประทานอาหารเช้าและอาหารเที่ยงซะด้วยซ้ำ เด็กสาวที่ทำเช่นนี้ได้ในวัยนี้ได้จะเจอก็แค่สาวๆ บนหน้าปกแมกกาซีน Heat เท่านั้น

เหตุผลที่จัสมินไม่รับประทานนะหรือ...เธอถือศีลอดช่วงรอมดอนเป็นปีที่สองแล้วไง!

จัสมินเป็นมุสลิมใหม่ เธอยอมรับว่าการเป็นมุสลิมทำให้เกิดระยะห่างระหว่างเธอกับเพื่อนฝูง - เพื่อนๆ บอกว่าการถือศีลอดทำให้จัสมินดู 'ประหลาด' - ในขณะที่ 'อมีรอฮ' แม่ของจัสมินก็บอกว่าลูกสาวคนดีคงจะเจอดีเข้าที่โรงเรียนชัวร์ อมีรอฮเดาจากประสบการณ์ของตัวเธอเอง ตอนที่จัสมินเริ่มคลุมฮิญาบนะรึ...เธอโดนให้คำนิยามว่า 'ไม่มีความรับผิดชอบ'

แต่อมีรอฮซึ่งเลี้ยงดูลูกสาวให้เติบโตอย่างเด็กมุสลิมในสังคมอังกฤษบอกว่า ข้อดีของการที่ลูกสาวเธอเติบโตมาอย่างเด็กมุสลิมนั้นมีมหาศาลกว่าข้อเสียยิ่งนัก

"บางคนบอกว่าสุดโต่ง แต่ฉันกลับว่ามันมีเหตุมีผลดี" อมีรอฮ คุณแม่วัย 36 บอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

"ช่วงวัยรุ่นเนี่ยเด็กๆ จะเปราะบางมาก การเป็นมุสลิมจะปกป้องเธอได้ดีทีเดียว เพราะอิสลามมีกฎมีเกณฑ์ คุณจะทำอะไรได้บ้างและจะทำอะไรไม่ได้บ้าง อย่างเพื่อนๆ จัสมินจำนวนมากออกไปกับเด็กผู้ชาย แกร่วกันตรงมุมตึก มีเพศสัมพันธ์ ลองเสพยา หรือไม่บางคนก็ท้องในวัยเรียนไปโน่นเลย มันเป็นไปได้ทั้งนั้น - คล้ายๆ กับสังคมยอมรับ...เพราะเห็นว่าพวกเค้าเป็นวัยรุ่นน่ะ"

"แต่จัสมินไม่ใช่แน่ๆ เธอต่างจากเด็กคนอื่นๆ"

บ้านที่จัสมินและอมีรอฮ, ซึ่งก่อนรับอิสลามเธอชื่อ 'หลุยส์', อาศัยนั้นเป็นเทอเรซสไตล์วิคตอเรียในวัลลาซีย์มองเห็นเมอร์ซีย์ลิบๆ ตรงปลายถนน อบอุ่นน่าอยู่ทีเดียว ห้องนั่งเล่นมีกลิ่นหอมอบอวลและมีภาพลายเส้นอักษรอารบิกตัวกลมๆ แขวนบนผนัง

"การทดสอบที่สำคัญที่สุดต่อความศรัทธาในศาสนาของคุณคือละหมาดซุบฮิตอนเช้าตรู่ ใครมันจะอยากลุกขึ้นจากเตียงอุ่นๆ ตั้งกะไก่โห่เพื่อไปเข้าห้องน้ำอาบน้ำละหมาดบ้างล่ะ?" เธอยิ้มบางๆ "คุณต้องชำระล้างร่างกายด้วยน้ำสะอาด ตอนละหมาดก็ต้องปกปิดร่างกายให้มิดชิด โผล่ได้แค่เพียงใบหน้าและสองฝ่ามือ แต่หลังละหมาดเสร็จก็สามารถกลับไปนอนต่อได้อีกซักหนึ่งหรือสองชั่วโมง"

"เดือนรอมดอนมิใช่แค่อดอาหาร แต่เป็นช่วงเวลาของการปรับปรุงตนเอง - ช่วงถือศีลอดคุณจะโมโหไม่ได้เลยนะ ฉันเองละคิดถึงน้ำชาอุ่นๆ ตอนกลางวันน่าดู ช่วงวันแรกๆ ของรอมดอนอ่ะยากที่สุด แต่พอผ่านวันแรกๆ ไปก็จะชินไปเอง เดี๋ยวตอนเย็นก็ได้กินแล้ว"

สิ่งที่นำอมีรอฮเข้าสู่อิสลามก็คือวินัยของศาสนา เธอรับอิสลามในเดือนตุลาคมเมื่อ 7 ปีก่อน ตอนใกล้จะอายุครบ 30 ปี

อมีรอฮบอกว่าเมื่อก่อนเธอเป็นสาวนักปาร์ตี้

"หากคุณเห็นฉันตอนอายุ 18 แล้วบอกว่าตอนอายุ 30 ฉันจะเป็นมุสลิมน่ะ ฉันคงขำกลิ้ง ฉันเกิดที่ลิเวอร์พูล และไม่เคยรู้จักศาสนาอิสลามเลย"

"พ่อฉันเป็นนักดนตรี ท่านให้อิสระแก่ลูก ฉันเลยเติบโตมาคล้ายๆ กับไม่มีศาสนา วันคริสต์มาสเองก็แค่ดินเนอร์กับของขวัญและก็ได้อยู่กับเพื่อนๆ"

ตอนเป็นวัยรุ่น อมีรอฮบอกว่า "ฉันชอบดื่มไวน์เป็นชีวิตจิตใจ ชอบเดทกับผู้ชาย ออกไปกับหนุ่มๆ ใช้ชีวิตแบบสุดๆ ไปเลย"

"ไม่ใช่ว่าไม่ถูกใจชีวิตแบบนั้นนะ ชอบเลยละ แต่ต่อมาฉันก็ต้องติดเบรกให้กับตัวเอง" เธอบอก

"ฉันรู้สึกว่าบางทีคุณก็ต้องมีขอบเขต การใช้ชีวิตแบบไม่มีกฎไม่มีเกณฑ์อาจทำให้เราเจอปัญหายุ่งยากมากๆ ได้ ฉันชอบกฎเกณฑ์ที่อิสลามได้วางไว้ให้เราและความรับผิดชอบที่มุสลิมต้องมีต่อครอบครัว อิสลามบอกว่าสวรรค์อยู่ใต้ฝ่าเท้ามารดา ซึ่งเป็นข้อคิดที่สวยงามที่สุด สังคมอังกฤษเมื่อก่อนก็เคยเป็นแบบนี้ แต่เราค่อยๆ สูญเสียอัตลักษณ์เช่นนี้ไป"

เธอเป็นคุณแม่แบบซิงเกิ้ลมอมตั้งแต่อายุ 22 จากนั้นเมื่อใกล้อายุ 30 อมีรอฮรู้สึกว่าชีวิตช่างโหวงเหวง บางคนอาจใช้โอกาสนี้อุทิศชีวิตให้กับงาน มีความสัมพันธ์กับผู้ชาย หรือไม่ก็ติดยาไปโน่น แต่อมีรอฮกลับหันเข้าสู่อิสลาม เธอตั้งอกตั้งใจอ่านตำราศาสนาอิสลาม มีตัวช่วยที่แสนดีสองคนคือสตรีชาวซีเรียและตูนีเซีย

ทั้งครอบครัวและเพื่อนฝูงของอมีรอฮดูจะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ - โดยเฉพาะการแต่งกายที่เธอเปลี่ยนจากหลังมือเป็นหน้ามือ

"ช่วงเป็นมุสลิมใหม่ๆ แทนที่จะคุลุมฮิญาบ ฉันเริ่มจากสวมหมวกเบเร่ต์ใบใหญ่ๆ เพื่อปกปิดเส้นผม เรื่องแบบนี้จะเปลี่ยนตูมเดียวไม่ได้นะ ต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป"

"เมื่อเริ่มคลุมฮิญาบ เรามีปาร์ตี้กันที่ภัตตาคารคีมอสที่เมานท์พลีแซนท์ ทั้งเพื่อนฝูงและครอบครัวได้เห็นฉันในชุดยาวแบบมุสลิมและฮิญาบเป็นครั้งแรก เพื่อนๆ รู้สึกเหมือนเป็นโศกนาฏกรรมเพราะฉันไม่ร่วมดื่มเหล้ากับพวกเขาอีกต่อไปแล้ว ส่วนครอบครัวฉันคิดกันไปคนละทาง พ่อฉันสิให้กำลังใจมากๆ พ่อบอกว่านี่คือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตที่ฉันเคยทำ"

ตอนนี้อมีรอฮสวมชุดอบายายาวๆ แบบสาวอาหรับ เธอเลือกสีชมพูสดใสให้เข้ากับฮิญาบ "ฉันใส่ชุดยาวแบบอาหรับมากว่า บางทีก็ชุดแบบสาวตะวันตกแต่เอามาดัดแปลงให้ปกปิดมิดชิด"

"คุลมฮิญาบและแต่งตัวมิดชิดนี่แหละดีมาก ฉันไม่เคยผู้ชายมาแซวหยาบๆ หรือผิวปากอีกเลย"

อมีรอฮมิได้คะยั้นคะยอให้ลูกสาวหันมารับอิสลาม แต่เมื่ออายุได้ 13 ปี จัสมินก็ไปละหมาดที่มัสยิดซะเป็นเรื่องปกติ เธอทำตามแม่นั่นแหละ จัสมินมีพรสวรรค์ในการเรียนภาษาอารบิกและก็เข้าคลาสเรียนอัล-กุรอาน จากนั้นก่อนจะเริ่มชั้นมัธยม จัสมินตัดสินใจคลุมฮิญาบ

"ฉันคิดว่า หากคลุมฮิญาบตั้งแต่เกรด 7 พอถึงเกรด 10 ใครๆ ก็จะชินไปเอง" จัสมินอธิบาย เธอใส่ชุดยูนิฟอร์มางเกงสีดำของโรงเรียนไฮสกูลเวเธอร์เฮด

"ฉันก็ยังโดนจ้องมองและผิวปาก แต่ไม่มากแล้วละ"

"การเป็นมุสลิม ทำให้คุณไม่เจอเข้ากับเรื่องไม่ดีทั้งหลายอย่างการสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า หรือออกไปกับเด็กผู้ชาย ฉันไม่ยุ่งกับเรื่องพวกนี้เลย บรรดาครูทุกคนของฉันรู้ดี อิสลามช่วยฉันได้มาก โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่น"

แล้วรู้สึกว่าตัวเองพลาดอะไรจ๊าบๆ ในชีวิตวัยรุ่นไปหรือเปล่า?

"ฉันไม่เคยใส่ใจกับเรื่องแบบนั้น" เธอบอก "ก็มีเพื่อนยากขึ้นหน่อย เพราะฉันจะไม่คุยเรื่องเหล้าเบียร์หรือรายการบิ๊กบราเดอร์ และการที่ฉันเป็นมุสลิมใหม่ก็เหมือนตัวเองอยู่ตรงกลาง เพราะอย่างเพื่อนมุสลิมที่เป็นมุสลิมมาตั้งแต่เกิดพวกเขาก็มีวัฒนธรรมมุสลิมของพวกเขา ส่วนเพื่อนชาวอังกฤษที่ไม่ใช่มุสลิมก็ไปอีกทาง"

"แต่ก็เป็นประโยชน์สำหรับฉันละ"

หันมาทางอมีรอฮ. แล้วสาวนักปาร์ตี้คนนี้จะไม่คิดถึงรสชาติหอมกรุ่นของซาวิยองซักแก้วเลยรึ?

"ฉันลองมาหมดแล้วละที่บอกน่ะ" เธอกล่าว "ไวน์ขวดนึงทำให้คุณเมาค้างไปจนถึงวันใหม่ได้ ศาสนาของฉันคือการลงทุนอย่างหนึ่ง อิสลามทำให้ฉันสงบ และมีกำลังใจในการเผชิญกับความยุ่งยากในชีวิตได้ทั้งหมด"

"ตอนวัยรุ่นฉันไม่ค่อยเอาจริงเอาจังสักเท่าไหร่ แต่วันนี้เมื่อมองดูจัสมินได้คร่ำเคร่งกับการเรียนภาษาอารบิกตั้งแต่อายุแค่ 14 ปีและ...นึกถึงโอกาสของเธอ"

อนาคตของจัสมินช่างแจ่มชัดและสดใสยิ่งนัก.

ที่มา: My faith gives me inner peace. Liverpool Daily Post: Liverpool, UK. 24 September 2008.

 
Copyright 2006 newmuslimthailand.com All rights reserved.    Online: 11 Visitors  Contact : newmuslimthailand@yahoo.com