Home > ชาฮาดาฮ์เดือนรอมดอน

จามีลาฮ์ โคโลโคโตรนิส [Jamilah Colocotronis]

หนังสือเล่มล่าสุดของจามีลาฮ์ชื่อ Echoes เป็นเรื่องของปัญหาที่มุสลิมใหม่ต้องประสบ

ชาฮาดาฮ์เดือนรอมดอน

Shahadah in Ramadan

โดย จามีลาฮ์ โคโลโคโตรนิส [Jamilah Colocotronis]

แปลโดย วาริษาฮ์ อัมรีล

http://www.newmuslimthailand.com/main/index.php

ช่วงซัมเมอร์ปี 1980 ฉันศึกษาศาสนาของโลกตะวันออกซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนปริญญาโท และตั้งแต่ได้รู้จักกับชาวมุสลิมคนแรกแล้ว 4 ปีถัดจากนั้น ฉันก็อ่านเรื่องอิสลามเรื่อยๆ ฉันอ่านคัมภีร์อัล-กุรอาน ไปดูชาวมุสลิมละหมาดวันศุกร์ แต่ก็ยังไม่พร้อมจะเป็นมุสลิม

ปีนั้นรอมดอนเริ่มในเดือนกรกฎาคมที่แสนอบอ้าว สามหนุ่มมุสลิมจากสามประเทศที่ฉันรู้จักในมหาวิทยาลัยได้เช่าบ้านเล็กๆ หลังหนึ่งในเมืองเพื่อใช้เป็นที่ละหมาดในช่วงรอมดอน แม้ยังไม่ได้เป็นมุสลิมแต่ฉันก็แวะไปที่นั่นบ้างเป็นครั้งคราวด้วยความสนใจใคร่รู้

กลางคืนของวันที่ 31 กรกฎาคมอากาศช่างร้อนเหลือทน แถมชื้นด้วย ฉันนอนไม่หลับ สิ่งที่ฉันทำแรกสุดก็คืออ่านเกี่ยวกับลัทธิเต๋าซึ่งเป็นเรื่องที่ฉันต้องเรียนที่มหาวิทยาลัย นั่นก็ยังไม่ทำให้นอนหลับอีกแหละ ตอนนอนบนเตียงฉันพยายามสวดมนต์ ทันใดนั้นฉันสะดุ้งคล้ายๆ โดนไฟฟ้าช๊อต สวดมนต์ไม่ได้นะ ฉันยังไม่ชำระล้างร่างกายเลย

มีคนบอกเรื่องอาบน้ำละหมาดเหมือนกัน แต่ฉันว่ามันงี่เง่าและไม่จำเป็นสำหรับฉัน ทำไมก่อนคนจะสวดมนต์ต้องชำระล้างร่างกายด้วย?

ฉันลุกจากเตียงไปเข้าห้องน้ำ ตั้งใจมากกว่าเดิมหน่อย พยายามอาบน้ำละหมาดเท่าที่พอจะจำได้ จากนั้นก็สวดมนต์แบบที่ฉันเคยทำมาตั้งแต่เด็กคือก้มศีรษะลง มือประสานไขว้กันที่เอว ฉันจำไม่ค่อยได้ว่าสวดมนต์ว่าอะไรบ้าง แต่จำได้แม่นว่าฉันปรารถนาอย่างแรงกล้าให้พระเจ้าชี้ทางนำแก่ฉัน

ต่อมา ฉันก็ยังนอนไม่หลับอีกแหละ เลยลุกขึ้นมาเขียนจดหมายถึงมิชชันนารีคริสต์ที่ฉันนับถือ บอกเขาว่าบางทีฉันอาจจะเปลี่ยนเป็นมุสลิม

ฉันรู้ว่าสามหนุ่มมุสลิมที่ฉันรู้จักต้องลุกขึ้นมาเตรียมอาหารเพื่อรับประทานซูโฮร์ ฉันก็เลยตัดสินใจเดินดุ่มๆ มาบนถนนจนกระทั่งถึงที่มัสยิดหลังน้อยตอนตีสี่พอดี ตอนนั้นฉันพบว่าพวกเขารับประทานซูโฮร์กันเรียบร้อยแล้ว และละหมาดซุบฮิกัน

พวกเขาหันมาถามฉันว่ามาทำไมมืดๆ แบบนี้ ฉันเลยโชว์จดหมายบอกลาการเป็นคริสเตียนให้ดู

ทันใดนั้นฉันก็ได้ยินเสียงตักบีรดังลั่น 'อัลลอฮทรงเกรียงไกร!!!' จากนั้นพวกเขาสอนวิธีอาบน้ำละหมาดที่ถูกต้องให้ฉัน เป็นขั้นเป็นตอน จากนั้น อเดล เพื่อนคนหนึ่งก็เป็นประธานในการกล่าวชาฮาดาฮ์ ปฏิญาณตนเป็นมุสลิมของฉัน ฉันแทบพูดไม่ออกเลย ด้วยความตื่นเต้นและตื้นตัน

ไม่กี่ชั่วโมงถัดมา ฉันก็หลับอย่างเป็นสุข

บ่ายถัดมา ฉันเดินเรื่อยเปื่อยไปตามถนนในมหาวิทยาลัย คิดสงสัยว่าฉันได้ทำอะไรลงไป เลยกะว่าจะให้เวลาตัวเองซักปีนึง ฉันสามารถเปลี่ยนใจได้ใช่ไหม?

หนุ่มๆ บอกว่าฉันไม่จำเป็นต้องถือศีลอดทุกวัน ปีแรกฉันถือศีลอดได้ 4 วันจาก 10 วันที่เหลืออยู่ของรอมดอน

รอมดอนปีถัดมา เป็นปีแรกที่ฉันได้เจอกับรอมดอนแบบเต็มเดือน ฉันกับเพื่อนผู้หญิงอีกสองคนเช่าบ้านไว้หลังนึง ทุกเช้าตรู่เราจะไปรับประทานซูโฮร์ร่วมกัน ส่วนตอนค่ำจะละศีลอดและละหมาดร่วมกัน ช่วงกลางคืนของเดือนรอมดอนฉันมักไม่ค่อยนอน แต่ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการละหมาด ช่วงนั้นชีวิตฉันมีเพียงงานกับมหาวิทยาลัยเท่านั้น เพราะยังไม่ได้แต่งงาน ช่างเป็นรอมดอนที่แสนสุขและสวยงามที่สุดในชีวิตของฉัน

ในแต่ละปี มัสยิดก็ยิ่งมีคนเยอะขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมดอน

แต่วันพิเศษของฉันคือคืนที่ 19 ของเดือนรอมดอน...วันที่ฉันปฏิญาณตนเป็นมุสลิม.

.........................................................................................................................................................................................

จามีลาฮ์ โคโลโคโตรนิส [Jamilah Colocotronis] เป็นนักเขียนและครู เธอมีลูกชาย 6 คน แรกเริ่มเดิมทีเธอมาจากเซนต์หลุยส์ เข้าเรียนที่วิทยาลัยศาสนาลูเธอรันหนึ่งเทอม ก่อนจะละทิ้งศาสนาคริสต์ หันมารับอิสลามในวัย 23 ปี

เธอและสามี (ชายไทยมุสลิมชื่อ 'อับดุลมุนีน' ส่วนนามสกุลดูจากตัวสะกดภาษาอังกฤษ คาดว่าบุรุษผู้นี้น่าจะนามสกุล 'จิตหมวด' นะ) อาศัยในมิลวอคกี โดยที่อับดุลมุนีนเป็นครูใหญ่ที่โรงเรียนสลาม (Salam School) จามีลาฮ์ไปสอนพาร์ทไทม์ เธอเขียนหนังสือเกี่ยวกับอเมริกันมุสลิม เล่มล่าสุดคือ Echoes

อ่านเส้นทางสู่อิสลามของเธอได้ใน:

http://www.newmuslimthailand.com/main/thirdpage.php?style=preview&spv=8&tpv=1177

ที่มา: Shahadah in Ramadan. Islamonnline.net. 25 October 2005.

http://www.islamonline.net/english/journey/2005/10/jour01.shtml

 
Copyright 2006 newmuslimthailand.com All rights reserved.    Online: 2 Visitors  Contact : newmuslimthailand@yahoo.com