Home > ดร.อัยยูบ อั๊กเซิ่ล โคห์เลอร์

ดร.อัยยูบ อั๊กเซิล โคห์เลอร์

Dr. Ayyub Axel Köhler

3 เมษายน ค.ศ.1938 -

 

เรียบเรียงโดย วาริษาฮ์ อัมรีล

http://www.newmuslimthailand.com/main/index.php

ไม่อนุญาตให้ก็อปปี้ข่าวและบทความออกไปจากเว็บไซต์ หากต้องการเผยแพร่กรุณาทำลิงค์เข้ามาอ่านในนี้ – ขอบคุณมาก

ดร.อัยยูบ อั๊กเซิล โคห์เลอร์ (Dr. Ayyub Axel Köhler) เป็นประธานสภากลางมุสลิมแห่งเยอรมนี (Central Council of Muslims Germany) คนแรกที่เป็นชาวเยอรมันแท้ ไม่ใช่ผู้อพยพ เขารับตำแหน่งนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2006 ต่อจาก นายแพทย์นาดีม อาลยาส คุณหมอจากซาอุดิอารเบีย

ชาวมุสลิมในเยอรมนีมีประมาณ 3 ล้านคน ส่วนใหญ่มีเชื้อสายเตอร์กิช การมีประธานองค์กรมุสลิมเป็นชาวเยอรมันที่ใส่สูทเนี้ยบ ผูกหูกระต่าย สวมรองเท้าเบอร์เก้นสต็อก จึงค่อนข้างแปลก

แต่ดร.โคห์เลอร์ก็ทำหน้าที่ได้อย่างวิเศษ ด้วยความรู้ด้านศาสนาที่ลึกซึ้ง ให้ความเห็นที่แสดงความนุ่มนวลแต่ยึดมั่นในหลักการ

หลังจากดร.โคห์เลอร์เป็นประธานได้ไม่นานก็เกิดเหตุการณ์การ์ตูนเดนมาร์กหมิ่นท่านศาสนฑูตมุฮัมหมัด เขาให้ความเห็นว่า "แรกสุดนะ, เราขอประณามผู้ที่ทำภาพการ์ตูนหมิ่นท่านศาสนฑูตดังกล่าว" และกล่าวอีกว่า "พวกเขาละเมิดศักดิ์ศรีของชาวมุสลิม ศาสนาคือส่วนหนึ่งของศักดิ์ศรีมนุษย์ - และเป็นขอบเขตที่ใครจะละเมิดมิได้"

"คุณต้องรู้ว่าเรารักท่านศาสนฑูตของเราขนาดไหน" เขาให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ นิวยอร์กไทมส์ หลังรับตำแหน่งประธานสภากลางมุสลิมเยอรมนี ขณะนั่งในท่าสบายในห้องนั่งเล่นที่จัดอย่างเนี้ยบ ตกแต่งด้วยศิลปวัตถุโบราณสไตล์มัวร์ (อาณาจักรอันดาลูเชีย ที่มุสลิมเคยปกครองสเปน 800 ปี) "ท่านศาสนฑูตของเราเป็นบุรุษผู้อ่อนโยน ท่านมิใช่ผู้ก่อการร้าย"

แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ตำหนิการประท้วงด้วยความรุนแรงของชาวมุสลิมในโลกอาหรับ "ตอนเราเห็นภาพที่จากข่าว เราตกใจกันมาก และพยายามลดความรุนแรงลง"

ดร.โคห์เลอร์เกิดในปี 1938 ที่เมือง Stettin ปัจจุบันอยู่ใน Szczecin ประเทศโปแลนด์ ในครอบครัวชาวคริสต์โปรแตสแตนท์ ความทรงจำของเขาที่นั่นก็คือโดนระเบิดถล่มไม่เว้นแต่ละวัน

ปี 1943 ครอบครัวของเขาอพยพไปอยู่ในหมู่บ้านชนบท ด้านใต้ของกรุงเบอร์ลิน เยอรมันตะวันออก ซึ่งพวกเขาคิดว่าน่าจะปลอดภัยกว่า พ่อแม่ของโคห์เลอร์แทบไม่ไปโบสถ์ โดยเฉพาะพ่อของเขาผู้มีปัญหามากกับความเชื่อเรื่องตรีเอกนุภาพของศาสนาคริสต์

แล้วความไร้เดียงสาอย่างเด็กๆ ของโคห์เลอร์ก็จบลงในเดือนพฤษภาคม 1945 เมื่อกองทัพแดงบุกเข้ามาในหมู่บ้าน เพราะเป็นทางผ่านไปสู่เบอร์ลิน เขานึกถึงคืนอันน่าสะพรึงกล้วนั้น ตอนกองทหารทหารรัสเซียบุกเข้ามาทลายหมู่บ้าน ข่มขืนผู้หญิง

โคห์เลอร์กับแม่และคนอื่นๆ ในหมู่บ้านราว 30 คนซ่อนตัวในยุ้งมันสำปะหลังชั้นใต้ดิน ตอนทหารรัสเซียเปิดปฏิบัติเผาหมู่บ้านด้านบน สตรีผู้หนึ่งให้กำเนิดทารกพอดี หลายคนในที่หลบภัยคุกเข่าลงและสวดอ้อนวอน ขออย่าให้ทหารรัสเซียได้ยินเสียงเด็กทารกร้องเลย

ในที่สุดพระเจ้าตอบรับคำวิงวอน แต่ก็ด้วยชีวิตของทารกน้อยผู้นั้น

"นั่นคือศาสนาที่ผมเติบโตมา" ดร.โคห์เลอร์กล่าว, ด้วยน้ำเสียงน่าฟัง

หลังสงคราม ครอบครัวโคห์เลอร์ต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์ที่ปราศจากศาสนา

ช่วงไฮสกูล เจ้าหน้าที่พรรคคอมมิวนิสต์ให้โคห์เลอร์รายงานพฤติกรรมอาจารย์ของเขาคนหนึ่ง แต่สิ่งที่โคห์เลอร์และเพื่อนนักเรียนทำก็คือเตือนให้อาจารย์รู้ตัว แล้วอาจารย์คนนั้นก็หลบหนีไปฝั่งเยอรมันตะวันตก

วินาทีนั้น โคห์เลอร์ก็ตัดสินใจเช่นเดียวกัน, เขาต้องหนี!

หลังออกจากเยอรมันตะวันออก โคห์เลอร์ใช้ชีวิตในแค้มป์ผู้อพยพ ที่แล้วที่เล่า จนท้ายที่สุดเขาได้ที่พักถาวรที่ Baden-Wurttemberg ทางด้านใต้ของเยอรมันตะวันตก

ต่อมาปี 1956 ครอบครัวเขาอพยพไปอยู่ที่เมือง Freiburg เขาเรียนมหาวิทยาลัยที่นี่ในสาขาธรณีวิทยา และเป็นที่ที่เขาได้เจอกับเด็กนักเรียนชาวมุสลิมเป็นครั้งแรก พวกเขามาจากอิหร่านและอียิปต์

ปี 1963 ดร.โคห์เลอร์รับอิสลาม ซึ่งเขาเคยให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ว่าการตัดสินใจของเขาเป็นการเน้นถึง "ภราดรภาพและความรู้สึกร่วม" กับนักเรียนมุสลิม และการที่เขาได้ตระหนักว่าเขาได้ค้นพบ "ศาสนาที่ให้ความสว่างอย่างแท้จริง" คืออิสลามซึ่ง "ความรู้สึกและความรู้คือหนึ่งในหลักการศรัทธาของอิสลาม"

ปี 1973 ดร.โคห์เลอร์เข้าทำงานที่สำนักเศรษฐศาสตร์เมืองโคโลญจน์ (German Economics of Cologne) และอยู่ที่นี่นานถึง 26 ปีสิ่งหนึ่งที่เขาทำช่วงทำงานที่นี่คือตีพิมพ์ผลสำรวจเรื่องเศรษฐกิจอิสลาม

ดร.โคห์เลอร์บอกว่าเขาตระหนักดีว่า หลังจากเหตุการณ์ 9/11 แล้ว ภาพพจน์ของอิสลามในเยอรมนีและประเทศในโลกตะวันตกกลายเป็นศาสนาแห่งความรุนแรง

ดร.โคห์เลอร์ให้ความเห็นเรื่องอัล-กุรอานว่า "รัฐธรรมนูญ, ซึ่งเป็นหลักการของการแบ่งอำนาจเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ, ฝ่ายบริหาร, และฝ่ายตุลาการ, ไม่มีในอิสลาม แต่ในความเห็นของมุสลิมนั้น ชัดเจนมาก, เพราะกฎหมาย - คือกฎหมายของพระผู้เป็นเจ้า - ในรูปแบบของกฎหมายชารีอะฮ์ มีปรากฎอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่มีความต้องการอำนาจทางกฎหมายใดๆ อีก, เพราะอัลลอฮเท่านั้นคืออำนาจตามกฎหมาย"

ดร.โคห์เลอร์ให้ความเห็นเรื่องการแสดงโอเปราเรื่องโมซาร์ทที่ถูกยกเลิกไปเมื่อปลายปีที่แล้วเนื่องจากเกรงปฏิกิริยาจากชาวมุสลิมว่า "ในขณะที่เราเห็นพ้องต้องกันอย่างที่สุดว่าเราต้องการเสรีภาพของสื่อมวลชน, เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น, และเสรีภาพในการสร้างสรรค์งานศิลปะ เราก็ต้องคิดด้วยว่า เสรีภาพย่อมมีขอบเขตจำกัด หากเสรีภาพนั้นไปทำร้ายความรู้สึกของผู้อื่น หรือผู้ศรัทธาในศาสนาที่แตกต่างออกไป เราต้องใคร่ครวญให้หนัก ซึ่งรวมถึงเราทุกๆ คนที่บอกว่าตัวเองมีอารยะ"

ดร.โคห์เลอร์จัดงานประชุมสัมมนาเรื่องอิสลาม ความสัมพันธ์ระหว่างอิสลาม-คริสต์ บ่อยๆ เขายังเชิญนักข่าวออกทัวร์ไปยังเบอร์ลิน, ฮัมบูร์ก, เขาต้องเป็นดาราหน้าจอทีวีบ่อยๆ เพื่อเทศนาความจริงเกี่ยวกับอิสลาม

"ผมไม่ได้เตรียมตัวสำหรับเรื่องนี้เลย" ดร.โคห์เลอร์กล่าว พร้อมส่ายหน้า "ไม่ใช่เป้าหมายในชีวิตของผมเลยที่มาเป็นบุคคลสาธารณะอย่างนี้"

 

อ้างอิง: German Muslim Group Elects Islam Convert for Top Post. Deutsche Welle: Germany. 8 February 2006.

http://www.dw-world.de/dw/article/0,2144,1894834,00.html

German Muslim leader speaks peace to provocation. New York Times: USA. 18 February 2006.

http://de.wikipedia.org/wiki/Ayyub_Axel_K%C3%B6hler

 

 
Copyright 2006 newmuslimthailand.com All rights reserved.    Online:  Contact : newmuslimthailand@yahoo.com