Home > เจฟเฟอร์สัน พินเดอร์

เจฟเฟอร์สัน พินเดอร์

Jefferson Pinder

เจฟเฟอร์สัน พินเดอร์

โดย Ayman Qenawl | IslamOnline.net

แปลโดย วาริษาฮ์ อัมรีล

http://www.newmuslimthailand.com/main/index.php

ไม่อนุญาตให้ก็อปปี้ข่าวและบทความออกไปจากเว็บไซต์ หากต้องการเผยแพร่กรุณาทำลิงค์เข้ามาอ่านในนี้ – ขอบคุณมาก

วอชิงตันดีซี, สหรัฐอเมริกา - ชาวมุสลิมกำลังขอพรหลังละหมาดวันศุกร์เสร็จ และเตรียมจะก้าวเดินออกจากอิสลามมิกเซ็นเตอร์แห่งวอชิงตัน ก่อนจะได้ยินเสียงอิหม่ามประกาศผ่านไมค์ให้ทุกคนหยุดรอเพื่อร่วมเป็นสักขีพยานการปฏิญาณตนรับอิสลามของหนุ่มหน้าใหม่คนหนึ่ง

ชายผิวดำรูปร่างสูงโปร่งในกางเกงยีนส์และเสื้อเชิร์ตค่อยๆ ก้าวเดินอย่างช้าๆ ผ่านแถวผู้ละหมาดออกไปยืนหน้าสุด เขาคือ เจฟเฟอร์สัน พินเตอร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์คณะศิลปะ มหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์ รัฐบัลติมอร์

เจฟเฟอร์สันนั่งลงเคียงข้างอิหม่าม ซึ่งหลังจากกล่าวต้อนรับเขาเข้าสู่อิสลามแล้วอิหม่ามได้เริ่มให้เจฟเฟอร์สันท่องคำกล่าวชาฮาดาฮ์ ปฏิญาณตนรับอิสลามทั้งภาษาอังกฤษและอารบิก "ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ และมุฮัมมัดคือศาสนฑูตของพระองค์"

หลังอาจารย์หนุ่มอเมริกันจบพิธีปฏิญาณตน เสียงตะโกนก้อง 'อัลลอฮูอักบาร์' (อัลลอฮทรงเกรียงไกร) ก็ดังสนั่นขึ้นมาก่อนจะสะท้อนสอดรับกันเป็นระยะกึกก้องไปทั่วห้องโถงมัสยิดชื่อดังของวอชิงตันดีซีแห่งนี้ แถมยังลามออกไปยังลานสนามหญ้าที่ยังมีผู้ศรัทธาอีกหลายร้อยคนใช้เป็นสถานที่ละหมาด (อาการแบบนี้เดาว่าข้างในมัสยิดมันเต็มอ่ะจ้ะ - ผู้แปล)

ทุกคนไม่ว่าจะอายุรุ่นหนุ่มหรือสูงวัยต่างก็กรูกันเข้าไปยังแถวหน้าเพื่อแสดงความยินดีและต้อนรับเจฟเฟอร์สันเข้าสู่อิสลาม

"ผมเต็มตื้นไปหมด" เจฟเฟอร์สันบอกกับอิสลามออนไลน์ดอทเน็ต (IslamOnline.net *ต้องดอทเน็ตเท่านั้นนะ ส่วนอิสลามออนไลน์ดอทคอมนั้นไม่ใช่ของมุสลิม มันทำเลียนแบบขึ้นมา) ที่ลานมัสยิดซึ่งยังคงมีชาวมุสลิมที่เขาไม่เคยรู้จักเลยแม้แต่คนเดียวเข้ามาทักทายแสดงความยินดีไม่ขาดสาย

"ผมว่าเป็นสิ่งที่วิเศษมากเลยที่เราเข้าไปในสถานที่ทางศาสนาแล้วเห็นผู้คนหลากหลายสีผิวชาติพันธุ์มาร่วมปฏิบัติศาสนกิจ บอกตรงๆ ว่าผมไม่เคยเห็นเรื่องแบบนี้เลยตอนเติบโตมาอย่างเด็กคริสเตียน" (โบสถ์คริสต์ในอเมริกาแยกสีผิวหรือไม่ก็เชื้อชาติชัดเจน โบสถ์คนขาวก็มีเฉพาะคนขาว โบสถ์คนผิวดำก็มีสมาชิกเป็นชาวผิวดำล้วนๆ โบสถ์เกาหลีก็เห็นแต่หน้าเกาหลีล้วนๆ เช่นกัน - ผู้แปล)

มหาสมุทรอิสลาม

เจฟเฟอร์สันผ่านการแสวงหาทางจิตวิญญาณมาพอสมควร จนกระทั่งเขารู้สึกประทับใจในคุณลักษณะและวินัยของชาวมุสลิมที่เขาได้พบปะ

"เป็นการเดินทางที่ยาวนาน เริ่มต้นจากตอนไปเที่ยวเซเนกัล" เขารำพึงถึงความหลัง

"ผมเป็นศิลปิน ได้ทำงานร่วมกับศิลปินมุสลิมมากมาย พวกเขาเป็นแรงดลใจให้ผม ผมเห็นการจัดการกับชีวิตของพวกเขา เห็นว่าพวกเขาใช้ชีวิตอย่างไร" เจฟเฟอร์สันอธิบาย

"ลูกศิษย์คนหนึ่งของผมที่มหาวิทยาลัยแมรี่แลนด์เป็นมุสลิม เธอทำงานศิลป์เกี่ยวกับอิสลาม ซึ่งมันทำให้ผมเริ่มคิด ต่อมาผมได้เจอกับครอบครัวของเธอ และคล้ายๆ กับว่าพวกเขารับผมเข้าไว้และแนะแนวทางให้ผม"

เขาบอกว่าเขานับถือในคุณลักษณะ วินัย และความอ่อนโยนของชาวมุสลิม ซึ่งไม่เพียงแต่ศาสนา แต่ชาวมุสลิมซีเรียสกับทุกๆ อย่างที่เกี่ยวข้อง

"เป็นชุมชนที่มิได้จบลงแค่การละหมาดที่มัสยิด แต่เกินไปกว่านั้นอีกมาก เป็นชุมชนที่คุณฝันหาและอยากเป็นส่วนหนึ่งในนั้น"

เจฟเฟอร์สันไม่คิดว่าการตัดสินใจของเขาจะมีผลต่อความสัมพันธ์กับสมาชิกในครอบครัว

"พ่อผมเป็นคาทอลิก เป็นนักเทศน์ของโบสถ์" เขาเอ่ย

"ผมเดาว่าท่านคงตระหนักว่าอิสลามมีบางอย่างที่คาทอลิกไม่มี แต่ก็มีอีกหลายอย่างที่ทั้งสองศาสนาคล้ายคลึงกัน"

"สิ่งที่คล้ายกันนี่แหละ ที่ผมคิดว่าจะทำให้ความสัมพันธ์ของผมกับท่านเข้มแข็งขึ้น"

ศึกษาอิสลาม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านศิลปะมองว่าการเปลี่ยนมารับอิสลามของเขาเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในชีวิต

"ผมว่าเป็นโอกาสที่วิเศษมากที่ได้ระบุความเป็นตัวตนของผมอีกครั้งหลังจากที่มันสูญหายไปนานแล้วพร้อมศรัทธาในศาสนา" เขากล่าว

"บางครั้งผมคิดว่า เราสับสนกับวัฒนธรรมอเมริกันที่ยุ่งเหยิงจนมิได้คิดว่าความจริงมันก็ยังมีทางเลือกแบบอื่นอีก การเรียนรู้อีกแบบหนึ่ง และการใช้ชีวิตอีกแบบหนึ่ง" เจฟเฟอร์สันกล่าวเพิ่มเติม

"วันนี้ผมมาที่นี่ ได้เรียนรู้การมองชีวิตแบบใหม่อย่างช้าๆ และหวังว่าจะทำให้ผมเป็นคนที่สมบูรณ์"

"ผมมองว่าอิสลามเป็นวิวัฒนาการของการเรียนรู้คริสเตียนของผม และหวังว่าอิสลามจะนำผมไปสู่จุดที่คริสตศาสนาไม่เคยนำผมไปได้เลย"

เขาบอกว่ายังต้องศึกษาเกี่ยวกับศาสนาใหม่อีกมากมาย

"ตอนนี้ผมก็แค่เพิ่งเริ่มต้น เหมือนกระโดดลงไปในห้วงมหาสมุทร และกำลังเริ่มหัดว่ายน้ำ"

ต้องเรียนรู้การละหมาดก่อน

"ผมมีคนที่สอนศาสนาอิสลามให้ผมจำนวนหนึ่ง พวกเขาจะสอนภาษาอารบิกให้ผมเพิ่มเติม สอนวิธีการปฏิบัติตัว และสอนวิธีละหมาด" เขาบอก

"ผมรู้สึกเหมือนตัวเองได้เกิดใหม่" เขาสรุปในตอนท้าย.

ที่มา: Diving the Islam Ocean. IslamOnline.net. 29 June 2008.

 
Copyright 2006 newmuslimthailand.com All rights reserved.    Online: 2 Visitors  Contact : newmuslimthailand@yahoo.com