Home > เซอร์ อันวา เปอร์เวซ

เซอร์ อันวา เปอร์เวซ

Sir Anwar Pervez

ค.ศ.1935 -

 

เรียบเรียงโดย วาริษาฮ์ อัมรีล

http://www.newmuslimthailand.com/main/index.php

ไม่อนุญาตให้ก็อปปี้ข่าวและบทความออกไปจากเว็บไซต์ หากต้องการเผยแพร่กรุณาทำลิงค์เข้ามาอ่านในนี้ – ขอบคุณมาก

เซอร์ โมฮัมเหม็ด อันวา เปอร์เวซ (Sir Mohammed Anwar Pervez, Urdu: سر انور پرویز) เป็นเจ้าของธุรกิจขายส่งอาหารและเครื่องดื่ม "เบสต์เวย์กรุ๊ป" ซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองของธุรกิจค้าส่งในประเทศอังกฤษ เซอร์เปอร์เวซเป็นชาวปากีสถานที่ร่ำรวยที่สุดในอังกฤษ และร่ำรวยเป็นอันดับที่ 12 ของชาวต่างชาติในอังกฤษจากการจัดอันดับของ "ซันเดย์ไทมส์" ตอนนี้เซอร์เปอร์เวซพำนักอยู่ในลอนดอน เขาเป็นชาวปากีสถานคนแรกที่ได้รับตำแหน่ง "เซอร์"

เซอร์เปอร์เวซมาจากเมืองเล็กๆ ใกล้ราวันปินดี ในปากีสถาน อพยพไปลอนดอน อังกฤษ เมื่ออายุ 21 ปี

เบสต์เวย์กรุ๊ป

ปี 1962 เซอร์เปอร์เวซเริ่มเบสต์เวย์กรุ๊ปจากร้านชำเล็กๆ ชื่อ "แคชเมียร์" ที่ เอิร์ลคอร์ต ลอนดอน ขายของชำทั่วไปและเป็นร้านแรกที่ขายเนื้อสัตว์ฮาลาลและสินค้าฮาลาลอื่นๆ ซึ่งถูกอกถูกใจชาวปากีสถานและชุมชนมุสลิมในลอนดอนตะวันตกมาก ต่อมาช่วงต้นทศวรรษ 70 เขาขยายร้านออกไปเป็น 10 ร้าน

และเริ่มทำธุรกิจค้าส่ง "เบสต์เวย์" ในปี 1976 โกดังแห่งแรกตั้งอยู่ที่ แอคตัน (Acton) ลอนดอน ต่อมาเปิดอีกสองสาขา ในปี 1981 ที่เซ้าท์ทอล (110,000 ตารางฟุต) ปี 1983 ที่แคลร์มองต์ (60,000 ตารางฟุต)

โกดังใหญ่สุดของบริษัทและเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของเบสต์เวย์ปัจจุบันเปิดในปี 1984 อยู่ที่ถนนแอ็บบี ในพาร์ครอยัล กรุงลอนดอน ขนาดใหญ่ถึง 242,000 ตารางฟุต ถือเป็นโกดังค้าส่งที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป บริษัทในเครือของเบสต์เวย์ก็อยู่ที่นี่หมดทั้ง Map Trading Limited, Bestway Milling, Palmbest, Euroimpex (UK), และ Bestway Direct Ltd

ต่อมาเบสต์กรุ๊ปก็เติบโตโดยการเข้าซื้อกิจการ ปี 1984 ซื้อ Bashin Cash & Carry ที่ถนน เอจแวร์ ปี 1987 ซื้อ Crown Crest Ltd ที่ไลเชสเตอร์ ปี 1988 ซื้อ Link Cash & Carry ที่ท็อตแน่ม  

เดือนมกราคม ปี 2005 เบสต์เวย์ซื้อ Batleys Plc ในราคา 100 ล้านปอนด์ Batley เป็นบริษัทค้าส่งอาหารและเครื่องดื่มที่เก่าแก่ที่สุดของอังกฤษ มียอดขาย 750 ล้านปอนด์ มีสาขา 18 แห่ง พนักงาน 1,900 คน

ในปี 2006 เบสต์เวย์กรุ๊ปเป็นบริษัทค้าส่งที่ใหญ่อันดับสองของอังกฤษ มีพนักงานกว่า 5,000 คน มียอดขายกว่า 2 พันล้านปอนด์ (1.5 แสนล้านบาท) บริษัทมีโกดังขนาดใหญ่ 49 แห่ง ขนาดรวมกัน 5 ล้านตารางฟุต และส่งสินค้าให้พ่อค้าปลีกกว่า 100,000 ราย

ช่วยปากีสถานบ้านเกิด

"ผมยังคงผูกพันกับวัฒนธรรม ความศรัทธาในศาสนา และเศรษฐกิจของปากีสถาน - บ้านเกิดของผมและที่ที่ผมใช้ชีวิตในวัยเด็ก" เซอร์เปอร์เวซกล่าว ในฐานะชาวปากีสถานพลัดถิ่นที่ได้ดิบได้ดีในอังกฤษ เซอร์เปอร์เวซจึงกลับไปช่วยบ้านเกิดด้วยการลงทุนในโรงงานปูนซีเมนต์ "เบสต์เวย์ซีเมนต์" กำลังการผลิดตอนนี้ 4 ล้านตันต่อปี ถือเป็นอันดับสองของปากีสถาน ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มจาก 8% เป็น 15% บริษัทฯ กำลังสร้างโรงปูนโรงที่ 4 เสร็จปลายปี 2007

เบสต์เวย์กรุ๊ปซื้อธนาคาร United Bank Ltd (UBL) ซึ่งใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของปากีสถาน

เบสต์เวย์ยังนำเข้าข้าวจากปากีสถานมาขายที่อังกฤษ ชื่อยี่ห้อ "White Pearl"

"เรารู้ว่ามีโอกาสที่ปากีสถาน ที่อังกฤษนี่เราทำกำไรขั้นต้นได้แค่ 4-5% (เพราะการแข่งขันสูง) แต่ที่ปากีสถานเฉพาะกำไรสุทธิก็สูงถึง 18-19% ตอนนี้ยิ่งกว่าซะอีก - ซัก 50% ได้ละมั้ง!" เซอร์เปอร์เวซกล่าว

รางวัลในชีวิต

ปี 1992 ได้รับพระราชทานรางวัล "Order of the British Empire" (OBE) จากพระราชินีอังกฤษ จากนั้นปี 1999 ได้เป็น Knight's Bachelor

ปี 1999 ได้รางวัล "ชาวเอเชียแห่งปี" (1999 Asian of the Year award) โดย Rt. Hon. Margaret Beckett ผู้นำสภาล่าง

เดือนมีนาคม ค.ศ.2000 เซอร์เปอร์เวซได้รับรางวัล Hilal-E-Pakistan (K Pk) รางวัลสูงสุดของพลเมืองปากีสถานจากรัฐบาลในฐานะผู้ทำประโยชน์ให้กับประเทศปากีสถาน ท่านเซอร์เป็นชาวปากีสถานพลัดถิ่นเพียงคนเดียวที่ได้รับรางวัลนี้

เซอร์กับอิสลาม

เซอร์เปอร์เวซบริจาครายได้จากกำไรก่อนหักภาษี 2.5% (ตามหลักศาสนาอิสลาม) เพื่อการกุศลผ่านมูลนิธิเบสต์เวย์ของเขา นสพ.ซันเดย์ไทมส์ (Sunday Times) ระบุว่า คาดว่าทรัพย์สินของเซอร์เปอร์เวซมีประมาณ 390 ล้านปอนด์ - ซันเดย์ไทมส์ยังกล่าวต่ออีกว่า การบริจาคเป็นกฎข้อบังคับของศาสนาอิสลาม

อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามว่าอิสลามสำคัญต่อความเป็นตัวท่านอย่างไร ท่านเซอร์ตอบว่า "อิสลามคือส่วนหนึ่งของชีวิตผม แต่มิใช่สิ่งที่ระบุถึงความเป็นตัวตนของผม ผมมองว่าศาสนาเป็นเรื่องส่วนตัว อย่างคนที่ผมรู้จักหรือที่เพิ่งเจอใหม่ๆ ผมมองว่าเขาเป็นคนๆ หนึ่ง มิได้มองเรื่องศาสนาที่เขานับถือ และผมก็หวังว่าคนอื่นจะมองผมเช่นนั้นเหมือนกัน"

เขาบอกว่าการจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนมุสลิมและมิใช่มุสลิมในอังกฤษดีขึ้น ปัจจัยหลักอยู่ที่การสื่อสาร "ตอนผมมาอังกฤษแรกๆ เมื่อ 50 ปีก่อน ผมว่าเรื่องศาสนาเนี่ยมันโอเคนะ แต่พออยู่ไปๆ ก็ไม่เหมือนเดิม ผมว่าสิ่งสำคัญก็คือ...ทั้งมุสลิมและผู้ที่มิใช่มุสลิมแหละ แม้จะศรัทธาในศาสนาของตัวเอง ก็ต้องเปิดใจให้กว้าง ให้เกียรติกัน เพื่ออยู่ร่วมกันในสังคมให้ได้ ผมว่าการยอมรับในความแตกต่างของผู้คนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด"

 

 

อ้างอิง: http://www.pakistandost.com/anwar.htm

http://www.pakboi.gov.pk/Success_Stories/business_success_stories_in_pa.html

http://www.dailytimes.com.pk/default.asp?page=2006%5C05%5C05%5Cstory_5-5-2006_pg5_10

http://www.timesonline.co.uk/richlist/person/0,,37944,00.html

http://www.bestwaygroup.co.uk/?id=390298

http://www.bestwaygroup.co.uk/default.aspx?id=382895

 

 

 
Copyright 2006 newmuslimthailand.com All rights reserved.    Online: 2 Visitors  Contact : newmuslimthailand@yahoo.com