Home > อาห์เมด ฮัซซัน ซีเวล

อาห์เมด ฮัซซัน ซีเวล นักเคมีรางวัลโนเบลชาวอียิปต์

Ahmed H. Zewail

26 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1946-

 

ไม่อนุญาตให้ก็อปปี้ข่าวและบทความออกไปจากเว็บไซต์ หากต้องการเผยแพร่กรุณาทำลิงค์เข้ามาอ่านในนี้ – ขอบคุณมาก

อาห์เมด ฮัซซัน ซีเวล (Ahmed Hassan Zewail) เป็นนักเคมีชาวอียิปต์ ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปีค.ศ.1999 ด้วยงาน เคมีเฟมโต (femtochemistry) เขาค้นพบวิธีใช้เลเซอร์ศึกษาปฏิกิริยาเคมีที่ใช้เวลาน้อยระดับเฟมโต (femto) หรือระดับ 10-15 วินาที หรือหนึ่งในร้อยล้านล้านวินาที (เพราะ 10-9 = 1 นาโน, 10-12 = 1 พิโค และ 10-15 = 1 เฟมโต) โดยเขาปล่อยแสงเลเซอร์ให้ออกมาเป็นช่วง ๆ (pulse) ที่นาน 20-60 เฟมโตวินาที  ซึ่งแสงเลเซอร์ที่ถูกปลดปล่อยเป็นช่วงนั้นมีความยาวเพียง 0.01 มิลลิเมตรเท่านั้นเอง และเมื่อแสงนี้ตกกระทบโมเลกุล  โมเลกุลจะดูดกลืนแสงทำให้ระยะห่างระหว่างอะตอมในโมเลกุลนั้นยืดออก และซีเวลก็ได้พบว่า ถ้าเขาฉายแสงที่มีความยาวคลื่นแตกต่างจากเดิมซ้ำเข้าไปอีกในทันทีทันใด ระยะห่างระหว่างอะตอมจะไม่หดสั้นกลับคืนสู่สภาพเดิม แต่อะตอมจะถูกยึดแน่นจนขยับตัวไปไหนมาไหนไม่ได้ ด้วยวิธีนี้ ซีเวลจึงสามารถศึกษาการเคลื่อนไหวของอะตอมในโมเลกุลได้ อาจกล่าวได้ว่า ซีเวลคือบิดาของวิชาเคมีเฟมโต วิทยาการด้านนี้กำลังประสบความสำเร็จสูงในการอธิบายปฏิกิริยาสังเคราะห์แสงในพืช ทีมงานของอาห์เมด ซีเวลเอง ได้ใช้เทคนิคการถ่ายภาพด้วยเลเซอร์ เห็นกระบวนการสังเคราะห์แสง เพราะสามารถมองเห็นว่า พืชได้ใช้คลอโรฟีลล์ในการดูดกลืนแสง และเปลี่ยนให้เป็นพลังงานอื่นที่เป็นประโยชน์ได้อย่างไร นอกจากนี้ยังช่วยนักวัสดุศาสตร์ในการศึกษาการหลอมเหลวของอะตอมที่ผิวเวลาได้รับพลังงาน

โดยทั่วๆไป อาจกล่าวได้ว่า ผลงานของ ซีเวล คือ การพัฒนากล้องถ่ายภาพเลเซอร์ เร็วในระดับอุลตรา คือเร็วมากเป็นพิเศษ ผลงานของ ซีเวล แสดงระดับพัฒนาการของนักวิทยาศาสตร์ ในความพยายามที่จะเก็บ หรือถ่ายภาพความเปลี่ยนแปลงในระดับเล็กลงไปเรื่อยๆ จากที่เห็นด้วยตาเปล่า ถึงไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยที่งานของเขา เน้นไปที่ความเปลี่ยนแปลงทางเคมี หรือปฏิกิริยาเคมี เครื่องมือสำคัญ สำหรับผลงานของอาห์เมด ซีเวล คือ เลเซอร์

ในปี ค.ศ.1987 อาห์เมด ซีเวล ประสบความสำเร็จ เห็นการเปลี่ยนแปลงในระดับโมเลกุลได้เป็นครั้งแรก โดยการใช้กล้องถ่ายภาพเลเซอร์ ถ่ายภาพการเปลี่ยนแปลงของโมเลกุลของไอโอดีนไซยาไนด์ (Iodine Cyanide หรือ ICN) ขณะที่กำลังแตกตัวจากกันและกำลังเริ่มจับตัวกันใหม่

ในปัจจุบัน เทคนิคการถ่ายภาพด้วยเลเซอร์ของอาห์เมด ซีเวล กำลังมีบทบาทอย่างกว้างขวางในวงการต่างๆ เพราะทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถมองเห็นการเปลี่ยนแปลงในระดับโมเลกุลของกระบวนการทางฟิสิกส์และทางชีววิทยาได้ นอกเหนือไปจากทางเคมี

อาห์เมด ฮัซซัน ซีเวล เกิดเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1946 ที่เมือง ดามันฮูรฺ (Damanhurเมืองแห่งฮอรัส อยู่ด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองอเล็กซานเดรียไป 60 กม. เขาเติบโตมาที่เมือง เดอซูก (Disuq) จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยอเล็กซานเดรีย เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากนั้นไปศึกษาปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย สหรัฐอเมริกา เขาเป็นนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กเลย์ (UC Berkeley) สองปี ต่อมาปีค.ศ.1976 เขาเริ่มทำงานที่สถาบันเทคโนโลยีแห่งคาลิฟอร์เนีย หรือ คาลเทค (CalTech) และในปีค.ศ.1982 ได้เป็นอาจารย์ประจำ จากนั้นปีค.ศ.1990 เขาเป็น the first Linus Pauling Chair ศาตราจารย์ด้านเคมี และ ศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์

ปีค.ศ.1999 ซีเวล เป็นชาวอียิปต์คนที่สามที่ได้รับรางวัลโนเบล และเป็นชาวอียิปต์คนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบลด้านวิทยาศาสตร์ ก่อนหน้านี้ อดีตปธน. อันวา ซาดัต (Anwar Sadat) ได้รับโนเบลสันติภาพในปีค.ศ.1978 นญีบ มาฮฺฟูซ (Naguib Mahfouz) ได้รับโนเบลสาขาวรรณกรรมปีค.ศ.1988 ส่วนคนที่ 4 ได้แก่ โมฮัมเหม็ด เอลบาราดี (Mimamed Elbaradei) ได้รับโนเบลสาขาสันติภาพปีค.ศ.2005

ซีเวลยังได้รับรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย ในปีค.ศ.1993 ได้รับรางวัลวูฟว์ (Wolf Prize) ด้านเคมี ต่อมาปีค.ศ.1997 ได้รับรางวัล โรเบิร์ต เอ เวลช์ (Robert A. Welch Award) นอกจากนี้ยังมีรางวัล คิง ไฟซาล รางวัลเหรียญเบนจามิน แฟรงกลิน เขายังได้รับปริญญากิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วโลก เป็นสมาชิกของสภานักวิทยาศาสตร์อีกหลายแห่ง และได้รับเชิญไปสอนที่มหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งสหรัฐฯ และยุโรปอีกมากมาย

ปีค.ศ.1998 อียิปต์ออกแสตมป์รูปซีเวลจำหน่ายเพื่อเป็นเกียรติ

ปีค.ศ.1999 เขาได้รับรางวัลที่มีเกียรติสูงสุดในฐานะพลเมืองอียิปต์คือ the Grand Collar of the Nile

รัฐบาลตั้งชื่อโรงเรียนในวัยเด็กของซีเวล และถนนไปโรเซ็ตตาตามชื่อของเขา

มีการก่อตั้งรางวัล อาห์เมด ซีเวล มากมายเพื่อประกวดผลงานวิทยาศาสตร์ เช่น รางวัล Ahmed Zewail Prize, American University in Cairo (2001) Ahmed Zewail Prize for Creativity in the Arts, Opera House, Cairo (2004) Zewail Foundation for Knowledge and Development, Cairo (2004) Ahmed Zewail Prizes for Excellence and Leadership, ICTP, Trieste, Italy (2004) Ahmed Zewail Award for Ultrafast Science and Technology, American Chemical Society (2005).  

นอกจากนี้ นิตยสาร Chemical Physics Letters ได้ก่อตั้งรางวัล Ahmad Zewail Prize in Molecular Science หรือ รางวัลอาห์หมัดซีเวลสาขาจุลวิทยาระดับเล็กที่สุด จัดประกวดทุกสองปีแก่ผู้มีผลงานด้านจุลวิทยาระดับเล็กที่สุด เริ่มประกวดในปีค.ศ.2007 รางวัลมีมูลค่า 20,000 เหรียญสหรัฐ (800,000 บาท) 

ปัจจุบัน อาห์เมด ซีเวล ทำงานที่ สถาบันเทคโนโลยีแห่งคาลิฟอร์เนีย พาซาดีน่า เป็นศาสตราจารย์ด้านเคมีและฟิสิกส์ ผู้อำนวยการศูนย์ชีวฟิสิกส์เพื่อ UST

ซีเวล มีลูก 4 คน พำนักอยู่ที่ ซานมารีโน คาลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

อัตชีวประวัติของ อาห์เมด ซีเวล

จาก http://nobelprize.org/chemistry/laureates/1999/zewail-autobio.html

ที่ริมฝั่งแม่น้ำไนล์ แยกโรเซ็ตตา ผมใช้ชีวิตวัยเด็กอย่างมีความสุขอยู่ที่เมือง เดอซูก (Disuq) ซึ่งเป็นที่ตั้งของมัสยิด ซิดี อิบราฮิม อันโด่งดัง ผมเกิดวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1946 ที่เมืองติดๆ กันคือ ดามันฮูรฺ หรือที่รู้จักกันว่า เมืองแห่งฮอรัส (City of Horus) ห่างจาก อเล็กซานเดรีย เพียง 60 ไมล์ ในวัยเด็กผมฝังใจกับเมืองที่ยิ่งใหญ่สองเมือง เมืองแรกคือ โรเซ็ตตา ที่ซึ่ง หินที่มีชื่อเสียงถูกค้นพบ และอีกเมืองคือ อเล็กซานเดรีย เมืองที่โด่งดังด้านการศึกษาตั้งแต่สมัยอดีต ผมเป็นลูกชายคนเดียวของบ้าน และมีพี่สาว-น้องสาวอีก 3 คน พ่อของผมเป็นที่นับหน้าถือตาของคนในชุมชน เขาเป็นคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สนุกสนาน และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เขาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและมีธุรกิจของตัวเอง แม่ของผมเป็นแม่บ้าน เธอทำตัวเป็นธรรมชาติมาก น่ารัก อุทิศชีวิตให้กับลูกทั้ง 4 คน และ โดยเฉพาะเธออุทิศให้ผม เธอเป็นศูนย์กลางของทุกย่างก้าวของผม และแม้ครอบครัวของเราจะเล็ก แต่เราก็เป็นที่รู้จักของผู้คนในดามันฮูรฺ

ความฝันของครอบครัวผมคือ ต้องการเห็นผมจบการศึกษาจากต่างประเทศแล้วกลับมาเป็นอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยในอียิปต์ ตอนเด็กๆ มีป้ายแขวนไว้ที่ประตูห้องอ่านหนังสือของผมว่า นายแพทย์อาห์เมด แม้ต่อมาผมจะไม่ได้เป็นหมอก็ตาม

พ่อผมยังมีชีวิตอยู่ได้เห็นวันนั้น (วันที่อาห์เมดรับรางวัลโนเบล) แต่คุณลุงที่รักของผมกลับไม่ได้เห็น คุณลุง ริสก์ เป็นคนพิเศษในชีวิตวัยเด็กของผม ผมเรียนรู้จากเขามากมาย เช่น การซึมซับการวิเคราะห์วิจารณ์ ซึ้งในอรรถรสของดนตรี และเรียนรู้การเข้ากับคนในสังคม เขาเป็นที่นับถือของคนทั่วไปในความฉลาด มีฐานะดี และขยันหาความรู้ด้วยตัวเอง ความสนใจของผมตอนนั้นมีแค่ 4 อย่าง หนังสือ, ดนตรี, กีฬาบางชนิด, และเล่นแบ็คแกมมอน

Um Kulthum นักร้องชื่อดังมีอิทธิพลต่อการซึมซับอรรถรสในดนตรีของผมมาก เราจะไปดูคอนเสิร์ตของเธอทุกวันพฤหัสต้นเดือนแม้ดนตรีจะเล่นนานถึงคราวละ 3 ชั่วโมงก็ตาม ช่วงที่ผมศึกษาอยู่ที่อียิปต์ ดนตรีสร้างความสุขให้ผมมาก เสียงของเธอเป็นแบ็คกราวน์ให้ผมยามศึกษาคณิตศาสตร์ เคมี และ ... หลังผ่านไปสามทศวรรษแล้วผมก็ยังคงนิยมในดนตรีของเธอเหมือนเดิม ที่สหรัฐฯ ดนตรีประเภทเดียวที่ผมสามารถซึมซับในอรรถรสระดับเดียวกันได้คือ ดนตรีคลาสสิก และก็มีดนตรีแจ๊สอีกนิดหน่อย ส่วนการอ่านหนังสือยังเป็นของโปรดของผมอยู่เหมือนเดิม

สมัยเด็กผมรู้เลยว่าผมมีแนวโน้มจะชอบไปทางวิทยาศาสตร์ ผมชื่นชอบทั้งวิชาคณิตศาสตร์ กลศาสตร์ และเคมี ส่วนสังคมศาสตร์นั้นผมไม่ชอบเลย เพราะต้องจำเยอะมาก ทั้งชื่อคน สถานที่ และอื่นๆ อีก และไม่รู้ทำไมเหมือนกันที่สมองของผมเอาแต่ตั้งคำถามว่า อย่างไร และ ทำไม ซึ่งนี่เป็นลักษณะที่ติดตัวผมมาตั้งแต่เด็ก ช่วงวัยรุ่นผมจำได้ว่าผมขนลุกทุกทีที่สามารถแก้ปัญหายากๆ ทางกลศาสตร์ได้ ส่วนวิชาเคมี แม้ต้องใช้ความจำพอสมควรแต่ผมก็ตื่นเต้นกับ การคำนวณทางเคมี และมันก็มีการทดลองด้วยซึ่งผมถูกใจมาก ในห้องนอนของผม ผมเคยสร้างเครื่องทดลองเล็กๆ ทำจากเครื่องเผาน้ำมันของแม่ผม และมีหลอดอีกนิดหน่อย เพื่อที่จะทดสอบดูว่า ไม้จะกลายสภาพไปเป็นควันและของเหลวได้อย่างไร ผมจำเรื่องนี้ได้ดีที่สุดไม่ใช่เพราะเรื่องวิทยาศาสตร์หรอก แต่เพราะเหตุการณ์วันนั้นมันอันตรายถึงขั้นไฟอาจจะไหม้บ้านผมทั้งหลังได้ ผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงถูกใจวิทยาศาสตร์เอาจริงๆ จังๆ ตั้งแต่ยังตัวน้อยๆ เช่นนั้น

หลังจากเรียนจบมัธยมปลาย ผมสมัครเข้าเรียนขั้นมหาวิทยาลัย ที่อียิปต์เราเพียงส่งใบสมัครไปยังสำนักงานกลาง (Maktab El Tansiq) เขาจะคัดเลือกมหาวิทยาลัยให้เราตามเกรดเฉลี่ย ซึ่งก็หวังว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยและคณะที่เราเลือก ในทศวรรษ 1960 คณะยอดฮิตของเด็กนักเรียน ได้แก่ วิศวกรรมศาสตร์ แพทย์ศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และ วิทยาศาสตร์ ซึ่งสำหรับผมแล้ว ตอนนี้ดวงมีส่วนมากที่สุดแล้วละ เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของสำนักงานกลาง และแล้วพวกเขาก็เลือกอาชีพที่ผมรักมากที่สุดให้ นั่นคือ วิทยาศาสตร์ ความรู้สึกเสน่หาในวิชาวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นตั้งแต่วันแรกที่ผมเดินเข้าไปในมหาวิทยาลัยที่ มาฮฺเร็ม เบก (Maharem Bek) กับคุณลุงของผมแล้ว วันนั้นผมร้องไห้ เพราะผมรู้สึกว่ามหาวิทยาลัยมันช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน บรรยากาศของที่นั่นก็ดูขลังซะไม่มี เกรดเฉลี่ยของผมตลอด 4 ปีในมหาวิทยาลัยสะท้อนให้เห็นความหลงใหลในวิทยาศาสตร์เป็นพิเศษของผม ปีแรกผมลงเรียน 4 วิชา คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี และภูมิศาสตร์ ผมได้อยู่เพียงสองเกรดคือ ดีเลิศ กับ ดีมาก ปีที่สองก็เช่นเดียวกัน ผมทำคะแนนวิชาเคมีได้สูงเป็นพิเศษ และได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในนักเรียนหัวกะทิ 7 คน (เรียกว่า ชาวเคมีระดับพิเศษ) ผมเรียนจบด้วยเกรดสูงสุดในชั้นปี เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทอง ด้วยคะแนนเกิน 90% ในวิชาเคมีทุกประเภท และด้วยคะแนนระดับยอดนี้เอง ผมได้รับรางวัลเป็นเงินทุนเดือนละ 13 ปอนด์สเตอรลิงทุกเดือน ซึ่งเกือบจะเท่ากับเงินเดือนของบัณฑิตใหม่ที่ได้กันเดือนละ 17 ปอนด์สเตอรลิงทีเดียว!

หลังจบปริญญาตรีคณะวิทยาศาสตร์ ผมเริ่มทำงานในมหาวิทยาลัยในตำแหน่ง โมอีด หรือ นักวิจัย (Moeid หรือ Demonstrator) เพื่อทำวิจัยตลอดระยะเวลาที่เรียนปริญญาโทและเอกที่นั่น และผมต้องช่วยสอนหนังสือเด็กปริญญาตรีด้วย ตำแหน่งนี้เป็นงานที่มั่นคง การันตีว่าในอนาคตต้องได้เป็นอาจารย์ในคณะ ผมประสบความสำเร็จในการสอนหนังสือ เพราะแม้ผมยังไม่ได้เป็นอาจารย์ผมก็สามารถถ่ายทอด ความรู้แบบมืออาชีพ แก่นักเรียนหลังจากอาจารย์สอนจบแล้ว ประสบการณ์จากงานดังกล่าวทำให้ผมเป็นคนที่สามารถอธิบายเรื่องราวยากๆ ทางวิทยาศาสตร์ให้คนเข้าใจได้ง่ายและกระจ่างขึ้น ผมรู้ว่านักเรียน (ประมาณ 500 คนหรือมากกว่า) ของผมรู้สึกเช่นนี้จากการแสดงออกของพวกเขาเอง ในฐานะนักวิจัยในวัย 21 ตอนนั้น ผมมีความเชื่อว่าเบื้องหลังปรากฏการณ์ใดๆ ในจักรวาลมันต้องมีคำธิบายที่งดงามและง่ายต่อการเข้าใจเสมอ ซึ่งผมยังเชื่ออยู่จนกระทั่งปัจจุบัน

ในงานวิจัย ผมทำงานวิจัยที่เป็นภาคบังคับสำหรับนักเรียนปริญญาโทเสร็จภายใน 8 เดือน เครื่องมือที่ใช้มี เครื่องมือทำและวินิจฉัยสเปกตัม (spectroscopy) ซึ่งผมตื่นเต้นที่ได้พัฒนาความรู้ความเข้าใจว่า สเปกตรัมของโมเลกุลเปลี่ยนได้ด้วยตัวละลายอย่างไรและทำไม (how and why the spectra of certain molecules change with solvents) นี่เป็นเรื่องเก่าในโลกวิทยาศาสตร์ แต่สำหรับผมแล้วมันคือความเข้าใจในอีกระดับหนึ่งซึ่งค่อนข้างใหม่ในแผนกของเรา ผมมีที่ปรึกษาด้านงานวิจัยสามคนคือ หัวหน้าส่วน อนินทรียสาร (inorganic) ศาสตราจารย์ ตาฮานี ซาเล็ม (Tahany Salem) ศาสตราจารย์ ราฟาอัต อิซซา (Raffaat Issa) และศาสตราจารย์ ซามีรฺ เอล อีซบี (Samir El Ezaby) ผู้ซึ่งผมทำงานใกล้ชิดกับเขาที่สุด พวกเขาแนะนำและเป็นที่ปรึกษาในการแก้ปัญหาในการวิจัยของผม และงานวิจัยนี้ก็ได้รับการตีพิมพ์ออกมามากมาย หลังจากเป็นนักวิจัยอยู่หนึ่งปีเต็มผมก็เริ่มคิดเกี่ยวกับงานวิจัยระดับปริญญาเอก แต่ตอนนั้นศาสตราจารย์ ซามีรฺ เอล อีซบี (จบจากมหาวิทยาลัย ยูทาห์ Utah สหรัฐฯ) และ ยะฮฺยา เอล ตันตะวี (Yehia El Tantawy) (จบจากเพนฯ) กลับผลักดันให้ผมไปเรียนต่อปริญญาเอกที่ต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม อุปสรรคในการไปเรียนต่อสหรัฐฯ ตอนนั้นมันช่างเยอะเหลือเกิน ข้อแรก ผมไม่รู้จักใครที่นั่นเลย ข้อที่สอง ในปีค.ศ.1967 สงครามหกวันเพิ่งจบลงไปหยกๆ ภาพพจน์สหรัฐฯ ในอียิปต์ตอนนั้นตกต่ำสุดๆ ทุนของรัฐบาลจึงส่งไปเพียงสหภาพโซเวียตและประเทศยุโรปตะวันออกเท่านั้น หากผมต้องการไปสหรัฐฯ ผมต้องได้รับทุนจากมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ โดยตรง จากนั้นผมส่งใบสมัครไปมหาวิทยาลัยต่างๆ หลายสิบแห่ง ผมได้ใบตอบรับจากมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนียและอีก 2-3 แห่ง ทุนการศึกษาที่มหาวิทยาลัยให้ตอนนั้นคือ ค่าเล่าเรียนฟรีและค่าใช้จ่ายส่วนตัวอีกเดือนละ 300 เหรียญสหรัฐ แต่ถึงแม้ได้ทุนแล้วผมก็ยังต้องผจญกับอุปสรรคขั้นถัดไปอยู่ดีนั่นคือการเดินทางไปสหรัฐฯ จำได้ว่าตอนนั้นผมต้องใช้เวลาและพลังงานมากโขอยู่กว่าจะผ่านกฎข้อบังคับและฝ่าด่านขั้นตอนต่างๆ ของระบบราชการอียิปต์ไปได้

เมื่อไปถึงสหรัฐฯ ผมมีความรู้สึกเหมือนถูกโยนลงไปในมหาสมุทร มหาสมุทรแห่งความรู้ วัฒนธรรม และโอกาส ผมมีทางเลือกเพียงสองทาง: จะเรียนว่ายน้ำ หรือจะยอมจมน้ำ! แม้วัฒนธรรมจะแตกต่างไปจากที่บ้านผม ภาษาอังกฤษหรือก็ยากเหลือแสน แต่ผมกลับมีความหวังอย่างเต็มเปี่ยมกับวันข้างหน้า ผมยังจำเรื่องความแตกต่างทางวัฒนธรรมตอนผมไปถึงฟิลาเดลเฟียใหม่ๆ ได้ ที่อียิปต์เด็กๆ จะแกล้งกันโดยพูดว่า ฉันจะฆ่าแกนะ อีกฝ่ายหนึ่งก็จะตอบมาด้วยประโยคเดียวกัน ผมดันไปล้อเพื่อนนักเรียนปริญญาโทที่ค่อนข้างสนิทสนมกันแบบนั้นแหละ ที่ไหนได้ เขายืนทื่อ ตกใจสนิท ผมว่าบางทีเขาอาจกำลังคิดว่าเพื่อนนักเรียนจากตะวันออกกลางคนนี้อาจฆ่าเขาจริงๆ ก็ได้!

ตอนเรียนอยู่ที่ เพนฯ (มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย) ผมโดดเด่นเรื่องการเรียนมาก เรื่องนี้ทั้งอาจารย์และเพื่อนนักเรียนของผมรู้ดี แล้วผมก็เริ่มทำวิจัย ผมเป็นหนี้อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ของผม ศาสตราจารย์ โรบิน โฮชสแตรสเซอร์ (Robin Hochstrasser) อย่างมาก ท่านเป็นคนที่อุทิศชีวิตให้กับงานวิทยาศาสตร์และการสอนหนังสือ ช่วงนั้นทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นในงานวิจัยและความร่วมมือจากนักวิทยาศาสตร์เก่งๆ ต่างทำให้ผมสนุกสนานซึ่งท้ายสุดได้ก่อประโยชน์ให้กับผมอย่างมาก งานของผมได้รับการตีพิมพ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันผมก็ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มากขึ้นทุกวัน ทั้งในด้านเคมี ฟิสิกส์ และด้านอื่นๆ บรรยากาศที่สถาบันวิจัย LRSM (Laboratory for Research on the Structure of Matter) เร้าใจให้ทำงานสุดๆ และผมก็ยังกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้ในสาขาอื่นอีกด้วย (ซึ่งบางทีก็ดูจะอยากมากไปหน่อย!) การเรียนของผมก็แสนจะสนุก ผมยังคงจำวิชา 501, 502, 503 และวิชาฟิสิกส์ที่ผมเรียนกับ ศาสตราจารย์ บ๊อบ ชไรฟ์เฟอร์ (Bob Schrieffer) นักฟิสิกส์รางวัลโนเบลได้ดี ผมแทบจะทำงานทั้งกลางวันและกลางคืน ซึ่งมีอยู่หลายโครงการในเวลาเดียวกัน เช่น The Stark effect of simple molecules; the Zeeman effect of solids like NO2- and benzene; the optical detection of magnetic resonance (ODMR); double resonance techniques และอื่นๆ อีก ผมมาคิดดูในตอนนี้ นึกไม่ออกเหมือนกันว่าผมทำโครงการมากมายเหล่านั้นในเวลาเดียวกันได้อย่างไร แต่คิดอีกทีแล้ว คงเป็นเพราะผมยังเด็กนั่นแหละ

งานวิจัยและข้อกำหนดอื่นๆ สำหรับปริญญาเอกของผมเสร็จสมบูรณ์ในปีค.ศ.1973 ปีที่สงครามในตะวันออกกลางปะทุขึ้นอีกครั้ง ผมรู้สึกอย่างรุนแรงว่าจะต้องกลับไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยที่อียิปต์ แม้ผมยังคงเซ็งเรื่องขั้นตอนต่างๆ ของระบบราชการที่เป็นอุปสรรคช่วงผมออกจากประเทศมาสหรัฐฯ แต่อย่างไรก็ตาม ผมรู้ว่าอียิปต์ไม่มีบรรยากาศการวิจัยทางวิทยาศาสตร์อย่างที่สหรัฐฯ มีให้ผมแน่ ตอนนั้นผมคิดว่าหากผมอยู่สหรัฐฯ ต่ออีกสักหน่อยน่าจะเปิดโอกาสให้ผมและครอบครัวสองอย่างคือ อย่างแรก ผมอาจได้งานวิจัยที่อื่นพร้อมๆ ไปกับการฝึกฝนเป็นอาจารย์ ข้อที่สอง เรื่องรายได้ที่คงมากพอที่จะทำให้ผมมีเงินซื้อรถอเมริกันคันใหญ่ได้ ซึ่งจะทำให้อาจารย์คนใหม่แห่งมหาวิทยาลัย อเล็กซานเดรีย ดูเท่ห์ไม่หยอก! ผมส่งใบสมัครไปที่มหาวิทยาลัย 5 แห่ง สามแห่งในสหรัฐฯ หนึ่งในเยอรมนี และอีกหนึ่งในฮอลแลนด์ ทั้งหมดเต็มไปด้วยศาสตราจารย์ระดับโลกทั้งนั้น ปรากฏว่า ผมได้รับข้อเสนอจากมหาวิทยาลัยทั้งหมดที่ส่งไป และผมก็ตัดสินใจเลือก เบอร์กเลย์ (Berkeley)

เราไป เบอร์กเลย์ กันตอนต้นปีค.ศ.1974 พร้อมด้วยความรู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสใหม่ๆ เบอร์กเลย์คือโลกใหม่สำหรับผม สังคมวัฒนธรรมต่างจากที่ฟิลาเดลเฟียมาก สำหรับผมแล้วการย้ายจากฟิลาเดลเฟียไปเบอร์กเลย์ เปลี่ยนพอๆ กับตอนผมย้ายจากอียิปต์มาฟิลาเดลเฟียนั่นแหละ ตอนผมเห็น เทเลกราฟอเวนิว ครั้งแรกก็พอจะบอกได้แล้วละว่ามันต่างจากฟิลาเดลเฟียขนาดไหน ผมยังได้เจอกับนักเรียนปริญญาโทที่ทั้งภาษาและพฤติกรรมต่างไปชนิดที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นที่ อเล็กซานเดรีย หรือ ฟิลาเดลเฟีย แต่ผมก็เข้ากับนักเรียนได้ดี ในบางกรณีผมให้คำแนะนำกับนักเรียน แต่ผมก็เป็นฝ่ายได้เรียนรู้จากนักเรียนด้วยนะ ผมว่า เบิร์กเลย์ เป็นสถานที่สำหรับวิทยาศาสตร์เลยละ จะเรียกว่า เจ้าพ่อแห่งวิทยาศาสตร์ (the BIG science) ก็ได้ ในสถาบันวิจัยผมได้ใช้ความรู้ความสามารถของผมสมัยทำวิจัยปริญญาเอกเกี่ยวกับ the spectroscopy of pairs of molecules ที่เรียกว่า dimmers เพื่อวัดความเกี่ยวข้องกันกับเครื่องมือใหม่ๆ ที่มีอยู่ที่ เบอร์กเลย์ ตอนนั้นผมได้เจอกับศาสตราจารย์ ชาร์ลส์ แฮริส (Charles Harris) ซึ่งเพิ่งกลับมาจากฮอลแลนด์ เราคุยเรื่องวิทยาศาสตร์กันถูกคอมากจนลืมโลกไปเลย เขามีไอเดียเยอะและกว้างขวางมาก ตอนนั้นเขายังคุยเลยไปถึงภาษาทางวิทยาศาสตร์ที่ผมไม่คุ้น แต่การคุยครั้งนั้นทำให้ผมเกิดไอเดีย และหาแนวทางให้ตัวเองได้ ทำให้ผมเห็นความสำคัญของความคิดเรื่อง coherence ขึ้นมาทันที ผมตัดสินใจจะทำเรื่องนี้ และต้องหาข้อมูลพื้นฐานเรื่องนี้ซึ่งนับว่าค่อนใหม่สำหรับผมอย่างเร่งด่วน ผมว่าการเปลี่ยนแปลงในช่วงนั้นมีความสำคัญอย่างมากต่องานวิจัยในปีต่อๆ มาของผม

ผมเขียนงานร่วมกับชาร์ลส์ 2 ชิ้น ชิ้นหนึ่งเป็นทฤษฏี และอีกชิ้นเป็นการทดลอง ทั้งสองชิ้นถูกตีพิมพ์ใน Physical Review และยังมีงานต่อจากงานสองชิ้นนี้อีก ผมขยายความคิดของ coherence ไปยังระบบ multidimensional ผมตีพิมพ์งานเดี่ยวชิ้นแรกของผมที่เบอร์กเลย์ ส่วนในงานที่ทำร่วมกับนักเรียนปริญญาโทก็มีเรื่อง การเคลื่อนย้ายพลังงานในของแข็ง (energy transfer in solids) ศาสตราจารย์ชาร์ลส์เสนอทุน IBM Fellowship ให้กับผม ซึ่งทุนนี้ได้ยากมาก ชาร์ลส์บอกว่าผมควรจะได้งานที่มหาวิทยาลัยดังๆ ของสหรัฐฯ แห่งใดแห่งหนึ่ง หรืออย่างน้อยก็คงได้ประสบการณ์ในการไปสอบสัมภาษณ์ละ! ผมรู้สึกซาบซึ้งที่เขาเห็นค่าของผม แต่ผมสมัครไปเพียงไม่กี่แห่งและก็คิดว่าผมคงไม่มีโอกาสได้งานที่มหาวิทยาลัยระดับยอดหรอก ช่วงนี้ผมติดต่อกลับไปยังอียิปต์ และยังคิดอยู่เรื่องมหาวิทยาลัย อเมริกัน ที่กรุงเบรุต (AUB หรือ American University in Beirut) ผมไปคุยกับมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ บางแห่งแต่ก็ยังไม่ได้เรื่องเสียที ผมจึงเตรียมตัวจะกลับอียิปต์ แต่ช่วงนั้นผมก็ต้องยุ่งกับงานวิจัยชิ้นใหม่ เพราะชาร์ลส์ตัดสินใจสร้าง picosecond laser ขึ้นมา เราทำงานหนักมากกับโครงการที่ไร้ผลกำไรนี้ แต่ผมก็ได้เรียนรู้มากมายเกี่ยวกับหลักการของเลเซอร์และฟิสิกส์ของมัน

ต่อมาเป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งประกาศรับอาจารย์ ชาร์ลส์บอกให้ผมส่งใบสมัครไป ผมเลยส่งไปเป็นสิบแห่ง และหลังจากไปคุยมาหลายแห่ง ผมได้งานผู้ช่วยอาจารย์เสียส่วนใหญ่ ทั้งที่ ฮาร์เวิร์ด คาลเทค (สถาบันเทคโนโลยีคาลิฟอร์เนีย California Institute of Technology หรือ Caltech) ชิคาโก ไรซ์ และ นอร์ธเวสเทิร์น การสัมภาษณ์ของผมที่คาลเทคไปได้สวยแม้จะโดนเข้าสองวันเต็มๆ ผมต้องคุยกับอาจารย์ในภาควิชาเคมีและวิศวกรรมเคมีคนละครึ่งชั่วโมง การสัมภาษณ์ครั้งนั้นน่าตื่นเต้น และน่าจดจำ การคุยเป็นไปด้วยดี และบางครั้งผมได้รับการยกย่องอย่างไม่น่าเชื่อ ในตอนหนึ่งเราคุยถึงสิ่งที่เรียกว่า FVH รูปของ coherence ซึ่ง F หมายถึง Feyman ผู้เป็นนักฟิสิกส์รางวัลโนเบลที่คาลเทค ผมไปที่กระดานเพื่อเขียนชื่อแต่ทันใดนั้นผมกลับลืมว่าสะกดอย่างไร ผมเลยหันไปที่คนฟังแล้วพูดว่า พวกคุณรู้ไหมว่า Fayman สะกดอย่างไร ทุกคนฮาตึงทีเดียว พวกเขาคิดว่าผมกำลังเล่นมุข แต่เปล่าเลย ผมลืมจริงๆ ว่าสะกดอย่างไร! ผมได้รับข้อเสนอจากมหาวิทยาลัยหลายแห่ง ซึ่งถึงเวลาที่ผมต้องตัดสินใจเลือกแล้ว ข้อเสนอจากคาลเทคกลับไม่โผล่มาเสียที ผมเลยโทร.ไปหาหัวหน้าคณะกรรมการสอบ (ผู้ซึ่งตอนนี้กลายมาเป็นเพื่อนร่วมงานของผม) เขากลับบอกให้ผมรับข้อเสนอของที่อื่นซะ! อย่างไรก็ตาม ไม่นานหลังจากนั้นผมก็ได้รับข้อเสนอจากคาลเทค พวกเขาให้ผมและครอบครัวไปเยือน และต้อนรับผมและครอบครัวด้วยพรมสีแดง และนั่นเป็นการเยือนที่ประเมินค่ามิได้สำหรับคาลเทค! จนถึงวันนี้ผมไม่เคยเสียใจเลยที่ตัดสินใจเลือกคาลเทค

ครอบครัววิทยาศาสตร์ของผมที่คาลเทคมาจากทุกสารทิศทั่วโลก ต่างวัฒนธรรม ต่างความสามารถ ความหลากหลายในโลกใบเล็กที่นี่ให้บรรยากาศการทำงานที่ดี มีทั้งความท้าทายและความหวัง ในหลายปีนี้ กลุ่มนักวิจัยของผมมีเกือบ 150 คน ทั้งนักเรียนปริญญาโท พวกที่จบปริญญาเอกแล้ว และอาจารย์ชั่วคราวที่มาดูงาน พวกเขาจำนวนมากเป็นแนวหน้าในสถาบันการศึกษา อุตสาหกรรม และตำแหน่งในรัฐบาล การทำงานที่หมู่บ้านวิทยาศาสตร์เป็นประสบการณ์ที่ดีเลิศของผม คาลเทคเป็นที่สำหรับผมจริงๆ

ลูกๆ ของผมทั้งหมด เมดอินเมริกา ผมมีลูกสาวสองคนและลูกชายอีกสองคน มาฮา ลูกสาวคนโตของผมเป็นนักเรียนปริญญาเอกอยู่ที่ มหาวิทยาลัยเท็กซัส ออสติน ส่วน อมานี ลูกสาวคนที่สองกำลังเรียนปริญญาตรีที่เบอร์กเลย์ ผมภูมิใจในเธอทั้งสองมาก ส่วน เดมา ภรรยาของผม ผมพบเธอด้วยเหตุบังเอิญแท้ๆ นึกๆ ดูแล้วราวกับเทพนิยาย ในปีค.ศ.1988 ผมถูกประกาศว่าได้รับรางวัล กษัตริย์ไฟซาล และที่ ซาอุดิอารเบีย นั่นเองที่ผมได้พบกับ เดมา เพราะพ่อของเธอก็รับรางวัลเดียวกันกับผมแต่เป็นสาขาวรรณกรรม เราเจอกันเดือนมีนาคม หมั้นเดือนกรกฏาคม และแต่งงานในเดือนกันยายน ทั้งหมดเกิดขึ้นในปีค.ศ.1989 เดมาจบปริญญาโทจากมหาวิทยาลัย ดามัสกัส นอกจากนี้เธอยังจบปริญญาโทด้านสาธารณสุขจากยูซีแอลเอ เรามีลูกชายด้วยกันสองคน นาบีล และ ฮานี ทั้งคู่นำความสุขมาให้เราอย่างล้นเหลือ เดมาเป็นแม่ที่วิเศษมาก เธอเป็นเพื่อนและคู่คิดที่ดีของผมเสมอมา

การเดินทางจากอียิปต์สู่สหรัฐฯ ของผมเต็มไปด้วยเรื่องเหลือเชื่อ ในสมัยเป็นแค่ นักวิจัย (Moeid) อยู่ที่อียิปต์  ผมไม่เคยเห็นความสำคัญของรางวัลโนเบลในแบบที่ผมเห็นอยู่ตอนนี้ว่ามันยิ่งใหญ่มากในโลกตะวันตก สมัยเป็นเด็ก พวกเราในอียิปต์จะนั่งกันสลอนหน้าจอทีวีหรือไม่ก็อ่านหนังสือพิมพ์เพื่อดูรายการท่านประธานาธิบดีกล่าวสดุดีนักวิทยาศาสตร์และนักเขียนอียิปต์ชื่อดัง ชั่วโมงนั้นทำให้ผมและเพื่อนๆ ขนลุกทีเดียว ไม่แน่นะ วันหนึ่งพวกเราอาจเป็นหนึ่งในคนเหล่านั้นก็ได้หากเราประสบความสำเร็จด้านวิทยาศาสตร์หรือวรรณกรรมขึ้นมา และในหลายทศวรรษต่อมา เมื่อประธานาธิบดี มูบารัก มอบ Order of Merit ชั้นหนึ่ง และ the grand Collar of the Nile (?Kiladate El Niel?) ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของประเทศให้ผม มันทำให้ผมหวนรำลึกถึงความหลังครั้งยังเป็นเด็กทันที

ผมไม่เคยคิดเลยว่า รูปของผมจะอยู่บนแสตมป์ หรือโรงเรียนในวัยเด็กของผมและถนนไปสู่โรเซ็ตตาจะตั้งชื่อตามชื่อผม

และในฐานะของเด็กที่รักในวิทยาศาสตร์ ผมก็ไม่เคยคิดฝันเลยว่า วันหนึ่งผมจะได้รับรางวัลโนเบล

 

รางวัลเกียรติคุณพิเศษ

King Faisal International Prize in Science (1989).

First Linus Pauling Chair, Caltech (1990).

Wolf Prize in Chemistry (1993).

Order of Merit, first class (Sciences & Arts), from President Mubarak (1995).

Robert A. Welch Award in Chemistry (1997).

Benjamin Franklin Medal, Franklin Institute, USA (1998).

Egypt Postage Stamps, with Portrait (1998); the Fourth Pyramid (1999).

Nobel Prize in Chemistry (1999).

Grand Collar of the Nile, Highest State Honor, conferred by President Mubarak (1999)

รางวัลด้านวิทยาศาสตร์

Alfred P. Sloan Foundation Fellow (1978-1982).

Camille and Henry Dreyfus Teacher-Scholar Award (1979-1985).

Alexander von Humboldt Award for Senior United States Scientists (1983).

National Science Foundation Award for especially creative research (1984; 1988; 1993).

Buck-Whitney Medal, American Chemical Society (1985).

John Simon Guggenheim Memorial Foundation Fellow (1987).

Harrison Howe Award, American Chemical Society (1989).

Carl Zeiss International Award, Germany (1992).

Earle K. Plyler Prize, American Physical Society (1993).

Medal of the Royal Netherlands Academy of Arts and Sciences, Holland (1993).

Bonner Chemiepreis, Germany (1994).

Herbert P. Broida Prize, American Physical Society (1995).

Leonardo Da Vinci Award of Excellence, France (1995).

Collége de France Medal, France (1995).

Peter Debye Award, American Chemical Society (1996).

National Academy of Sciences Award, Chemical Sciences, USA (1996).

J.G. Kirkwood Medal, Yale University (1996).

Peking University Medal, PU President, Beijing, China (1996).

Pittsburgh Spectroscopy Award (1997).

First E.B. Wilson Award, American Chemical Society (1997).

Linus Pauling Medal Award (1997).

Richard C. Tolman Medal Award (1998).

William H. Nichols Medal Award (1998).

Paul Karrer Gold Medal, University of Zürich, Switzerland (1998).

E.O. Lawrence Award, U.S. Government (1998).

Merski Award, University of Nebraska (1999).

Röntgen Prize, (100th Anniversary of the Discovery of X-rays), Germany (1999).

สมาคมและสภาวิทยาศาสตร์

American Physical Society, Fellow (elected 1982).

National Academy of Sciences, USA (elected 1989).

Third World Academy of Sciences, Italy (elected 1989).

Sigma Xi Society, USA (elected 1992).

American Academy of Arts and Sciences (elected 1993).

Académie Européenne des Sciences, des Arts et des Lettres, France (elected 1994).

American Philosophical Society (elected 1998).

Pontifical Academy of Sciences (elected 1999).

American Academy of Achievement (elected 1999).

Royal Danish Academy of Sciences and Letters (elected 2000)

ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิติมสักดิ์

Oxford University, UK (1991): M.A., h.c.

American University, Cairo, Egypt (1993): D.Sc., h.c.

Katholieke Universiteit, Leuven, Belgium (1997): D.Sc., h.c.

University of Pennsylvania, USA (1997): D.Sc., h.c.

Université de Lausanne, Switzerland (1997): D.Sc., h.c.

Swinburne University, Australia (1999): D.U., h.c.

Arab Academy for Science & Technology, Egypt (1999): H.D.A.Sc.

Alexandria University, Egypt (1999): H.D.Sc.

University of New Brunswick, Canada (2000): Doctoris in Scientia, D.Sc., h.c.

Universita di Roma "La Sapienza", Italy (2000): D.Sc., h.c.

Université de Liège, Belgium (2000): Doctor honoris causa, D., h.c.

 

เกียรติคุณพิเศษ และการก่อตั้งรางวัลอาห์หมัด ซีเวล เพื่อผู้มีผลงานดีเด่นด้านวิทยาศาสตร์

Postage Stamp, issued by the country of Ghana (2002)

Ahmed Zewail Fellowships, University of Pennsylvania (2000?)

Highest Order of the State from United Arab Emirates, Sudan, Tunisia, Lebanon (2000?)

Ahmed Zewail Prize, American University in Cairo (2001?)

Ahmed Zewail Prize for Creativity in the Arts, Opera House, Cairo (2004?)

Zewail Foundation for Knowledge and Development, Cairo (2004?)

Ahmed Zewail Prizes for Excellence and Leadership, ICTP, Trieste, Italy (2004?)

Ahmed Zewail Award for Ultrafast Science and Technology, American Chemical Society (2005?).

 

รางวัล 

Faye Robiner Award, Ross University School of Medicine, New York (2000)

Golden Plate Award, American Academy of Achievement (2000)

City of Pisa Medal, City Mayor, Pisa, Italy (2000)

Medal of "La Sapienza" ("wisdom"), University of Rome (2000)

Médaille de l?Institut du Monde Arabe, Paris, France (2000)

Honorary Medal, Universite Du Centre, Monastir, Tunisia (2000)

Honorary Medal, City of Monastir, from The Mayor, Tunisia (2000)

Distinguished Alumni Award, University of Pennsylvania (2002)

G.M. Kosolapoff Award, The American Chemical Society (2002)

Distinguished American Service Award, ADC, Washington D.C. (2002)

Sir C.V. Raman Award, Kolkata, India (2002)

Arab American Award, National Museum, Dearborn, Michigan (2004)

Gold Medal (Highest Honor), Burgos University, Burgos, Spain (2004)

Grand Gold Medal, Comenius University, Bratislava, Slovak Republic (2005)

 

สภาผู้ทรงคุณวุฒิและราชสมาคม

American Association for the Advancement of Science (AAAS), Fellow (elected 2000)

Chemical Society of India, Honorary Fellow (elected 2001)

Indian Academy of Sciences (elected 2001)

The Royal Society of London, Foreign Member (elected 2001)

Sydney Sussex College, Honorary Fellow, Cambridge, U.K. (elected 2002)

Indian National Science Academy, Foreign Fellow (elected 2002)

Korean Academy of Science and Technology, Honorary Foreign Member (elected 2002)

African Academy of Sciences, Honorary Fellow (elected 2002)

Royal Society of Chemistry, Honorary Fellow, U.K. (elected 2003)

Russian Academy of Sciences, Foreign Member (elected 2003)

The Royal Swedish Academy of Sciences, Foreign Member (elected 2003)

The Royal Academy of Belgium, Foreign Member (elected 2003)

St. Catherine's College, Honorary Fellow, Oxford, U.K. (elected 2004)

European Academy of Sciences, Honorary Member, Belgium (elected 2004)

The Literary & Historical Society, University College, Honorary Fellow, Dublin, Ireland (elected 2004)

The National Society of High School Scholars, Honorary Member Board of Advisors, U.S.A. (elected 2004)

Academy of Sciences of Malaysia, Honorary Fellow (elected 2005)

French Academy of Sciences, Foreign Member (elected 2005)

 

ปริญญากิติมศักดิ์ 

Jadavpur University, India (2001): D.Sc., h.c.

Concordia University, Montréal, Canada (2002): LLD, h.c.

Heriot-Watt University, Scotland (2002): D.Sc., h.c.

Pusan National University, Korea (2003): M.D., h.c.

Lund University, Sweden (2003) : D.Ph., h.c.

Bogaziçi University, Istanbul, Turkey (2003): D.Sc., h.c.

École Normale Supérieure, Paris, France (2003): D.Sc., h.c.

Oxford University, United Kingdom (2004): D.Sc., h.c.

Peking University, People's Republic of China (2004): H.D.D.

Autonomous University of the State of Mexico, Toluca, Mexico (2004): D., h.c.

University of Dublin, Trinity College, Ireland (2004): D.Sc., h.c.

Tohoku University, Sendai, Japan (2005): H.D.D.

American University of Beirut, Lebanon (2005): D.H.L.

University of Buenos Aires, Argentina (2005): D., h.c.

National University of Cordoba, Argentina (2005): D., h.c.

 

ที่มา: http://nobelprize.org/chemistry/laureates/1999/zewail-autobio.html

http://www.hypothesis.it/nobel/eng/bio/zewail.htm

http://en.wikipedia.org/wiki/Ahmed_H._Zewail

http://www.its.caltech.edu/~femto/

http://www.pantip.com/cafe/wahkor/article/chaiwat/cwt_bkkbz015.html+Ahmed+Zewail+&hl=th&gl=th&ct=clnk&cd=8

http://www.royin.go.th/th/knowledge/detail.php?ID=854

 
Copyright 2006 newmuslimthailand.com All rights reserved.    Online:  Contact : newmuslimthailand@yahoo.com