Home > ศ.ดร.เดวิด กอร์ดอน มิทเท่น

ศ.ดร.เดวิด กอร์ดอน มิทเท่น

อาจารย์มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด

โดย วาริษาฮ์ อัมรีล | วันที่ 1 ม.ค. 2013

http://www.newmuslimthailand.com/main/index.php

ไม่อนุญาตให้ก็อปปี้ข่าวและบทความออกไปจากเว็บไซต์ หากต้องการเผยแพร่กรุณาทำลิงค์เข้ามาอ่านในนี้ – ขอบคุณมาก   

ชาวฮาร์วาร์ดมุสลิมยุค 50 ปีเศษที่ผ่านมาไม่มีใครไม่รู้จักศาสตราจารย์กอร์ดอน มิทเท่น แห่งภาควิชาคลาสสิกส์ เชี่ยวชาญด้านศิลปะและโบราณคดีคลาสสิก เพราะอาจารย์เป็นที่ปรึกษาอิสลามมิกโซไซตี้ของฮาวาร์ดมาตั้งแต่ปี 1969 ซึ่งเป็นปีที่ท่านหันมารับอิสลาม

ดร.มิทเท่นเกิดปี 1936 เติบโตขึ้นมาในรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา เนื่องจากพ่อของท่านเป็นครูสอนภาษาละตินและเยอรมัน ทำให้ท่านสนใจโลกสมัยโบราณตั้งแต่เรียนชั้นป.1 “จำได้ว่าผมดูภาพในบทความชิ้นสำคัญของเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิกฉบับเดือนตุลาคม 1941 บอกเล่าการใช้ชีวิตของชาวอียิปต์โบราณซึ่งเขียนโดย วิลเลียม สตีเวนสัน สมิธ ผู้เชี่ยวชาญของพิพิธภัณฑ์ไฟน์อาร์ตส์มีเซียมแห่งบอสตัน ผมตื่นเต้นกับภาพในหนังสือมากๆ นอกจากนี้ตอนเรียนโรงเรียนศาสนาคริสต์วันอาทิตย์ผมยังสนใจการใช้ชีวิตของคนโบราณในการศึกษาพระคัมภีร์ไบเบิล คุณปู่ผมก็ชอบสะสมพวกหัวธนูโบราณ สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมสนใจโบราณคดี และที่ถูกใจที่สุดก็ต้องเป็นกรีกและโรมันโบราณ” ดร.มิทเท่นเล่า

เมื่อเรียนจบไฮสกูลในปี 1953 ดร.มิทเท่นเรียนต่อปริญญาตรีด้านคลลาสสิกที่โอเบอร์ลินคอลเลจในรัฐโอไฮโอ ซึ่งขึ้นชื่อสุดๆ ด้านประวัติศาสตร ศิลปะ และดนตรี

เมื่อจบปริญญาตรีในปี 1957 ดร.มิทเท่นได้ทุนเรียนต่อปริญญาโทและเอกด้านโบราณคดีคลาสสิกที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สามารถคว้าปริญญาเอกได้ในปี 1962 จากนั้นสอนหนังสือและทำงานวิจัยด้านโบราณคดีที่ฮาร์วาร์ด และกลายเป็นอัจฉริยะด้านคลาสสิก ดร.มิทเท่นใช้เวลาเพียง 7 ปีไต่เต้าจนเป็นศาสตราจารย์ของฮาร์วาร์ดได้ด้วยวัยเพียง 33 ปี

ช่วงสิบปีแรกของการเป็นอาจารย์ด้านศิลปะและโบราณคดีคลาสสิก ดร.มิทเท่นต้องเดินทางไปตุรกีตลอดเพื่อขุดค้นร่องรอยแห่งอดีต แล้ววันหนึ่งดร.มิทเท่นก็ตระหนักว่าเขากำลังเปลี่ยนความรู้สึกจากการเป็นคริสเตียนผู้เชื่อว่าตัวเองต้องเปลี่ยนผู้อื่นให้มารับคริสตศาสนา ไปเป็นชายผู้เชื่อว่าผู้คนในประเทศกรีซและตุรกีต่างหากที่เป็นครูของเขา “ผมได้ใกล้ชิดกับทั้งชาวกรีกซึ่งนับถือคริสต์ออร์โธดอกซ์และชาวมุสลิม และเรื่องก็กลายเป็นว่าผมศรัทธาในศาสนาอิสลามอย่างจริงจัง” ดร.มิทเท่นสารภาพ

ความจริงแล้วความสนใจอิสลามของท่านมีมาตั้งแต่เรียนปริญญาตรี “จำได้ว่าผมประทับใจเรื่องราวของศาสนฑูตมุฮัมมัด (ซ.ล.) สุดๆ และที่โอเบอร์ลินผมก็ได้รู้จักผู้คนของท่านศาสนฑูตมุฮัมมัดผ่านทางหนังสือหลายเล่มที่เขียนโดย เอริค ชโรเดอร์”

นับตั้งแต่รับอิสลามที่ตุรกีในปี 1969 จนถึงปัจจุบัน ดร.มิทเท่นกลายเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของอิสลามมิกโซไซตี้ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ให้ทั้งเวลาและคำแนะนำแก่ชาวฮาร์วาร์ดมุสลิมเสมอมา

เดือนรอมดอนของทุกปี ท่านจะร่วมละศีลอดกับเด็กนักเรียนมุสลิมที่อิสลามมิกโซไซตี้ของมหาวิทยาลัย

หนังสือพิมพ์รายวัน เดอะฮาร์วาร์ดคริมสัน ของฮาร์วาร์ดคอลเลจฉบับวันที่ 28 พฤศจิกายน 2000 รายงานถึงงานละศีลอดของเด็กนักเรียนมุสลิม ดร.มิทเท่นซึ่งอยู่ในงานด้วย ให้สัมภาษณ์ว่า “เดือนรอมดอนก็เหมือนเทศกาลโรชฮาชานาฮ์ (ยิว) อีสเตอร์ คริสต์มาส และเทศกาลขอบคุณพระเจ้า มารวมกันในเดือนเดียว”

แต่ท่านก็เตือนว่ารอมดอนเป็นมากกว่าการอดอาหาร เพราะรอมดอนเป็นเดือนแห่งภราดรภาพและการเฉลิมฉลอง

“รอมดอนนำผู้คนจำนวนมากเข้ามารวมกัน เดือนอันศักดิ์สิทธิ์ทำให้เราทุกคนเท่าเทียมกัน” ดร.มิทเท่นบอก “การถือศีลอดทำให้เราตระหนักในเรื่องจิตวิญญาณ”

“ทุกครั้งที่หิวคุณจะคิดถึงพระเจ้า ทำให้เรานึกถึงพระองค์และผู้คนที่กำลังหิวโหยทั่วโลก” ดร.มิทเท่นอธิบาย

นอกจากงานวิชาการแล้ว ดร.มิทเท่นแทบไม่เคยมีข่าวคราวออกทางสื่อยกเว้นช่วงหลังเหตุการณ์โศกนาฏกรรม 11 ก.ย.2011 (9/11) ที่ท่านในฐานะที่เป็นชาวมุสลิมอเมริกันมากว่า 30 ปีจำเป็นต้องออกมาปกป้องศรัทธาของท่าน

ในภาวะโกลาหลของสังคมอเมริกันหลัง 9/11 นับเป็นความโชคดีของเด็กๆ มุสลิมฮาร์วาร์ดที่มีดร.มิทเท่นอยู่ใกล้คอยเป็นที่ปรึกษา ท่านและเด็กๆ ประชุมกันช่วงกลางคืนหลังเกิดเหตุการณ์ 9/11 ได้ 2-3 วันเพื่อรับมือกับความเข้าใจผิดของผู้คนและตอบคำถามสื่อ

วันที่ 20 กันยายน 2001 เพียง 9 วันหลังเหตุการณ์ 9/11 ฮาร์วาร์ดยูนิเวอร์ซิตี้กาเซ็ตต์ หนังสือพิมพ์อย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ของดร.มิทเท่น “ระดับความเข้าใจอิสลามของคนในประเทศนี้ต่ำอย่างเหลือเชื่อ ไม่เว้นแม้แต่ในหมู่ปัญญาชน แต่เราชาวมุสลิมก็มองเหตุวิกฤตครั้งนี้ว่าเป็นโอกาสให้เราได้ออกมาอธิบายว่าจริงๆ แล้วศาสนาเราสอนอะไรบ้าง” ดร.มิทเท่นบอก “คอนเซ็ปต์ของจิฮาดหรือสงครามศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริงก็คือการเอาชนะจิตใจตัวเอง ทำตามแนวทางของพระผู้เป็นเจ้า และทำแต่ความดี เราชาวมุสลิมเชื่อว่าการฆ่าเพียงหนึ่งชีวิตก็เหมือนการสังหารคนทั้งประชาชาติ”

ดร.มิทเท่นเข้าร่วมงานอิสลามมิกอแวร์เนสที่จัดโดยเด็กมุสลิมฮาร์วาร์ดเสมอมา

หลังจากสอนหนังสือที่ฮาร์วาร์ด 50 ปีเต็ม ดร.มิทเท่นตัดสินใจเกษียณอายุในปี 2010 เมื่ออายุครบ 75 ปี ปัจจุบันท่านเป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณของฮาร์วาร์ด

ที่มา: http://isites.harvard.edu/icb/icb.do?keyword=k65290&pageid=icb.page438320

http://www.dce.harvard.edu/pubs/alum/2000/07.html

http://www.thecrimson.com/article/2000/11/28/muslim-students-observe-start-of-ramadan/

 

 
Copyright 2006 newmuslimthailand.com All rights reserved.    Online: 5 Visitors  Contact : newmuslimthailand@yahoo.com