Home > อับดุล กลาม

อับดุล กลาม จากนักวิทยาศาสตร์สู่ประธานาธิบดี อินเดีย

Abdul Kalam

15 ตุลาคม ค.ศ.1931-

 

โดย อัล-ฮิลาล

 

ไม่อนุญาตให้ก็อปปี้ข่าวและบทความออกไปจากเว็บไซต์ หากต้องการเผยแพร่กรุณาทำลิงค์เข้ามาอ่านในนี้ – ขอบคุณมาก

ดร.อาวุล ปากิรฺ ไจนุลอบิดีน อับดุล กลาม (Dr. Avul Pakir Jainulabdeen Abdul Kalam) เป็นนักวิทยาศาสตร์ด้านขีปนาวุธผู้ยิ่งใหญ่ของอินเดีย ก่อนได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีของประเทศ อับดุล กลาม ถือเป็น บิดาแห่งขีปนาวุธอินเดีย (Father of India's missile program) เป็นความภาคภูมิใจของชาวอินเดียทั้งประเทศ เขาเป็นชาวทมิฬที่นับถืออิสลาม กลามสร้างขีปนาวุธ Agni และ Prithvi พิสัยไกลถึงประเทศจีนและปากีสถาน เริ่มต้นจากช่วงทศวรรษ 60 และ 70 เขาเป็นผู้บุกเบิกโครงการอวกาศ ต่อมาทศวรรษ 80 เขาเปลี่ยนสถาบันวิจัยทางทหารและทดลอง Moribund ที่ไฮเดอราบัด ให้เป็นสถาบันวิจัยที่ทรงคุณภาพและประสบความสำเร็จอย่างมาก และภายในทศวรรษ 90 เขากลายมาเป็นซาร์แห่งอินเดียด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และได้รับรางวัลสูงสุดของพลเมืองอินเดีย Bharat Ratna แม้ในวัย 70 เศษกลามก็ยังไม่ย่อท้อและยังฝันที่จะทำอินเดียให้เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ที่สำคัญก็คือ เขายังคงสามารถที่จะทำฝันให้เป็นจริงได้

เขาเกิดเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ค.ศ.1931 ที่เมือง ราเมซวราม (Rameswaram) ในแคว้นทมิฬนาดู (Tamil Nadu) เขาเรียนจบมัธยมปลายจากโรงเรียน ชวาร์ทซ์ จากนั้นจบปริญญาตรีสาขาวิทยาศาสตร์จากวิทยาลัยเซนต์ โจเซฟ ในติรุชี เขาเรียนต่อจนจบวิศวกรรมการบินจาก สถาบันเทคโนโลยีมัทราส (MIT) ในปีค.ศ.1958 จากนั้นเริ่มทำงานที่ องค์การวิจัยและพัฒนาการทหารแห่งอินเดีย (DRDO) ในโครงการ hovercraft ต่อมาปีค.ศ.1962 กลามย้ายไปที่ องค์การวิจัยด้านอวกาศแห่งอินเดีย (ISRO) ซึ่งเขาและทีมงานส่งดาวเทียมออกไปมากมาย ต่อมาเขาเป็นผู้อำนวยการโครงการพัฒนา SLV-III เป็นจรวดส่งดาวเทียมชิ้นแรกของอินเดีย ซึ่งได้ส่งดาวเทียม โรหินี (Rohini) ขึ้นสู่วงโคจรในเดือนกรกฎาคม ค.ศ.1980 เขาได้รับรางวัลเป็นบุคคลทรงเกียรติแห่งอินเดีย Padma Bhushan ในปีค.ศ.1981

ในปีค.ศ.1982 กลามกลับมาเป็นผู้อำนวยการของ DRDO อีก ทำโครงการจรวดนำวิถี ซึ่งเป็นการวิจัยทางทหารที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์อินเดีย จากประสบการณ์ที่เคยทำจรวดส่งดาวเทียม SLV-III กลามเรียนรู้ข้อได้เปรียบของการทำงานเป็นทีม แบ่งงานกันทำทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในฐานะประธานโครงการจรวดนำวิถี กลามมอบหมายงานให้ผู้อำนวยการฝ่าย 5 คน เพื่อที่ตัวเองจะได้เน้นเรื่องเทคโนโลยีสำคัญๆ ของโครงการ งานของเขาคือ เป็นผู้กระตุ้นและดูแลสถาบันวิจัย 20 แห่งและองค์กรภายนอกทั้งภาครัฐและบริษัทเอกชน ทั้งบริษัทส่งวัตถุดิบและบริษัทผู้เชี่ยวชาญที่ต้องการความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อทำให้โครงการลุล่วงไปได้ด้วยดี ปีค.ศ.1985 เขาทำขีปนาวุธ Trishul สำเร็จ ปีค.ศ.1988 ขีปนาวุธ PRITHVI ปีค.ศ.1989 ขีปนาวุธ Agni (จากพื้นดินสู่พื้นดิน) และอื่นๆ อีกในปีค.ศ.1990 โดยเฉพาะขีปนาวุธ Agni นั้นเป็นความสำเร็จชั้นยอดที่ทำให้อินเดียกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกของประเทศที่มีศักยภาพด้านเทคโนโลยีขั้นสูง ทำให้เขาได้รับการขนานนามว่า มนุษย์ขีปนาวุธแห่งอินเดีย (India's missile-man) เขายังนำเทคโนโลยีที่ทำขีปนาวุธมาช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอีกด้วย

การก่อตั้งศูนย์วิจัย อิมารัต (Research Center Imarat หรือ RCI) ซึ่งตั้งอยู่ห่างจาก DRDO ไป 8 กม. อาจเป็นความภาคภูมิใจที่สุดของกลามช่วงที่เขาขลุกอยู่กับโครงการขีปนาวุธ เขาได้รับทุนมหาศาลจากรัฐบาลในการก่อตั้งศูนย์แห่งอนาคต เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีขีปนาวุธชั้นสูง ศูนย์วิจัยแห่งนี้เพียบพร้อมไปทุกด้านอย่างที่จะหาสถาบันวิจัยที่ไหนมาเทียมได้ยาก กลามได้รับรางวัล Padma Vibhushan ในปีค.ศ.1990

วันที่ 25 พ.ย.1997 กลามได้รับรางวัลขั้นสูงสุดของพลเมืองอินเดียคือ Bharat Ratna ในการที่เขาอุทิศตนเพื่อวงการทหารและวิทยาศาสตร์ ต่อมาในปีค.ศ.1998 เขายังได้รับรางวัล อินทิรา คานธี

หลังจาก 10 ปีที่ DRDO เขาย้ายไปนิวเดลีเพื่อดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของรมว.กลาโหม แม้ดูเหมือนเขาไม่ค่อยจะเต็มใจไปเท่าใดนัก แต่มันก็ทำให้โครงการขีปนาวุธที่กลามสร้างไว้ที่ DRDO ราบรื่นไปด้วยดีตลอดทศวรรษ

ที่เดลี กลามในฐานะผู้อำนวยการ DRDO ทำโครงการต่างๆ สำเร็จอีกหลายโครงการเช่น Arjun MBT และ Light Combat Aircraft (LCA)

กลามเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ Pokhram-II ปีค.ศ.1998 สำเร็จลุล่วงไปได้ ซึ่งเน้นให้เห็นว่าอินเดียเป็นประเทศชั้นนำด้านนิวเคลียร์ ดร.กลามยังเป็นประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของคณะรัฐบาล (SAC-C) และเป็นประธานโครงการแผนงานนำอินเดียไปสู่ประเทศพัฒนาแล้วในปีค.ศ.2020

ในปีค.ศ.1999 กลามได้รับแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าคณะที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลอินเดีย ตำแหน่งนี้เทียบเท่ากับรัฐมนตรีคนหนึ่ง

ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ค.ศ.2001 ดร.กลามทั้งสอนหนังสือและทำวิจัยด้วย ที่ มหาวิทยาลัย แอนนา เชนไน เหนือสิ่งอื่นใดก็คือเขาเป็นผู้กระตุ้นเยาวชนอินเดียให้มีจิตวิญญาณพัฒนาประเทศโดยเขารับเชิญไปพูดที่โรงเรียนมัธยมปลายทั่วประเทศ เขาทุ่มเทกับการฝึกเยาวชนอินเดียรุ่นใหม่ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสร้างเยาวชนให้เป็นนักวิทยาศาสตร์ 100,000 คนภายใน 20 ปี

"คนที่แข็งแกร่งจะยำเกรงผู้ที่แข็งแกร่งเหมือนกันเท่านั้น" นี่คือคำตอบของกลามเมื่อถูกถามว่า ทำไมอินเดียต้องมีขีปนาวุธของตัวเอง หรือ รถถัง หรือเครื่องบินรบของตัวเอง

กลามบอกว่า วิทยาศาสตร์เป็นปรากฏการณ์ของโลก เขาคิดว่ามีศาสตร์ไม่กี่สาขาที่อินเดียสามารถพัฒนาตัวเองให้มีความเหนือชั้นได้ เช่น ซอฟแวร์ ผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ การออกแบบคอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์เกษตร อาหาร การบิน การวิจัยทางทหาร เทคโนโลยีอวกาศ และวิศวเคมี "ซึ่งเหล่านี้จะนำไปสู่ความก้าวหน้าด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ"

กลามรณรงค์ให้เยาวชนของชาติ "ฝัน ฝัน และฝัน จากนั้นเปลี่ยนความฝันเป็นความคิด แล้วเป็นการกระทำ" และก็ให้เด็กๆ อินเดีย "คิดให้ใหญ่" (think big) เพราะ "เราคือประเทศแห่งประชากรพันล้าน เราต้องคิดแบบชาติที่มีประชากรพันล้าน นั่นแหละเราถึงจะยิ่งใหญ่ได้"

เขาเป็นมนุษย์มหัศจรรย์อย่างแท้จริง ในฐานะหัวหน้าของเครือข่ายสถาบันวิจัยมากมาย - ผลงานอื่นๆ ของเขาประกอบด้วย โครงสร้างควบคุมการพังทลายของดินที่แคว้นแคชเมียร์ อุปกรณ์สลายเกลือในทะเลทรายธาร์ (Thar desert) เครื่องตรวจหาคลื่นเรือดำน้ำระดับโลกสำหรับเรือรบรุ่นล่าสุด ที่เรียกว่า ไอเอ็นเอส เดลี (INS Delhi) เครื่องอินฟราเรดสำหรับกองทัพอินเดีย จะเห็นได้ว่าความสนใจของกลามค่อนข้างกระจาย บุคลิกส่วนตัวของเขาก็สำคัญเพราะกลามเป็นนักบริหารที่เยี่ยมยอด เป็นผู้คนกระตุ้นเร้าให้คนอื่นทำงานได้ดีทีเดียว

ดร.กลามเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งของอินเดีย เขาได้รับปริญญาดุษฏีบัณฑิตกิติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ 30 กว่าแห่ง

กลามได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 11 ของอินเดีย และเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 25 กรกฎาคม ค.ศ.2002 เขาเน้นเรื่องการนำอินเดียไปสู่ประเทศพัฒนาแล้วในปีค.ศ.2020

อับดุล กลามเป็นผู้ที่มีวินัยในการใช้ชีวิต เขาเป็นนักมังสวิรัติ เชื่อกันว่า กลามอ่านคัมภีร์ อัล-กุรอ่าน บ่อยมาก นอกจากนี้เขายังชอบอ่าน ภควัตคีตา กลามเขียนหนังสือออกมาหลายเล่ม ที่โด่งดังที่สุดคือ หนังสืออัตชีวประวัติของเขาเอง ปีกแห่งไฟ (Wings of Fire) ที่มีเป้าหมายเพื่อเป็นแรงจูงใจแก่เด็กๆ ชาวอินเดีย นอกจากนี้ยังมี Guiding Souls: Dialogues on the Purpose of Life ที่เปิดเผยให้เห็นถึงจิตวิญญาณของเขา มีรายงานว่า หนังสือของกลามฮิตมากในหมู่ชาวเกาหลีใต้ มีการเรียกร้องให้มีการแปลหนังสือหลายเล่มของกลามเป็นภาษาเกาหลี 

หนังสือของกลาม:

  • India 2020: A Vision for the New Millennium by A.P.J. Abdul Kalam, Y.S. Rajan (Penguin Books India, 2003) ISBN 0140278338
  • Ignited Minds: Unleashing the Power Within India by A.P.J. Abdul Kalam (Penguin Books, 2003) ISBN 0143029827
  • India-my-dream by A.P.J. Abdul Kalam (Excel Books, 2004) ISBN 817446350X
  • Envisioning an Empowered Nation: Technology for Societal Transformation by A.P.J.Abdul Kalam (TATA McGraw-Hill Publishing Company Ltd, 2004) ISBN 0070531544
  • Guiding Souls: Dialogues on the Purpose of Life by A.P.J. Abdul Kalam, Arun K Tiwari, (Ocean Books, 2005) ISBN 8188322733

หนังสือชีวประวัติของกลาม:  

  • Wings of Fire: An Autobiography of APJ Abdul Kalam by A.P.J Abdul Kalam, Arun Tiwari (Orient Longman, 1999) ISBN 8173711461
  • Scientist to President by Abdul A.P.J. Kalam (Gyan Publishing House, 2003) ISBN 8121208076
  • Eternal Quest: Life and Times of Dr. Avul Pakir Jainulabdeen Abdul Kalam by S. Chandra (Pentagon Publishers, 2002) ISBN 8186830553
  • President A.P.J. Abdul Kalam by R. K. Pruthi (Anmol Publications, 2002) ISBN 8126113448
  • P. J. Abdul Kalam: The Visionary of India' by K. Bhushan, G. Katyal (A.P.H. Pub. Corp, 2002) ISBN 817648380X

 

 

ที่มา: http://presidentofindia.nic.in/scripts/presidentprofile.jsp

http://www.geocities.com/siafdu/kalam.html

http://en.wikipedia.org/wiki/Abdul_Kalam

 
Copyright 2006 newmuslimthailand.com All rights reserved.    Online: 3 Visitors  Contact : newmuslimthailand@yahoo.com