Home > ชาฮิด มาลิก

ภาพชาฮิดเกิดสุดๆ ในเหตุการณ์จลาจลที่เบิร์นลีย์ ปี 2001 เขาโดนตำรวจตีจนเลือดอาบหน้าและจับกุมใส่กุญแจมือ

ชาฮิด มาลิก

Shahid Malik

24 พฤศจิกายน ค.ศ.1967 -

โดย วาริษาฮ์ อัมรีล

http://www.newmuslimthailand.com/main/index.php

ไม่อนุญาตให้ก็อปปี้ข่าวและบทความออกไปจากเว็บไซต์ หากต้องการเผยแพร่กรุณาทำลิงค์เข้ามาอ่านในนี้ – ขอบคุณมาก

ชาฮิด มาลิก เป็นนักการเมืองอังกฤษและส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎร (สภาล่าง) จากพรรคแรงงานของเขตเวสต์ยอร์คไชร์ เมืองดิวส์เบอรี ชาฮิด มาลิก และ ซาดิก ข่าน ส.ส.มุสลิมจากพรรคแรงงานอีกคนหนึ่ง เป็นเด็กมุสลิมที่เกิดในอังกฤษสองคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งสู่สภาผู้แทนฯ อังกฤษ จากการเลือกตั้งเดือนพฤษภาคม 2005 และต่อมาในเดือนมิถุนายน 2007 ชาฮิดก็เป็นมุสลิมคนแรกที่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลอังกฤษ เขาเป็นรัฐมนตรีด้านการพัฒนาความสัมพันธ์ต่างประเทศ (The Department for International Development หรือ DFID)

ชาฮิดเกิดเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน ค.ศ.1967 เกิดและเติบโตมาในเมืองเบิร์นลีย์ แลงคาไชร์ อังกฤษ พ่อและแม่ของชาฮิดอพยพมาจากปากีสถาน ทั้งคู่เป็นครู พ่อของชาฮิดสนใจการเมืองและทำงานช่วยเหลือชุมชนมาตลอดจึงทำให้ลูกชายซึมซับเรื่องการเมืองมาตั้งแต่เด็ก พ่อของชาฮิดเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเบิร์นลีย์ช่วง 1976-2006 และเป็นนายกเทศมนตรีของเมืองเบิร์นลีย์ช่วงปี 2000

ชาฮิดจบการศึกษาด้านบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยเดอแรม (Durham University)

ชีวิตการเมืองช่วงเริ่มต้น

ชาฮิดเป็นสมาชิกพรรคแรงงานมากว่า 20 ปี เริ่มเกิดในระดับชาติในปี 2001 เมื่อเกิดจลาจลขึ้นที่เมืองเบิร์นลีย์ บ้านเกิดของเขา ชาฮิดพยายามเข้าไปไกล่เกลี่ยระหว่างเด็กๆ ที่ก่อจลาจลและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เขาถูกตำรวจเข้าใจผิด โดนตำรวจตีจนเลือดอาบหน้าและจับกุมใส่กุญแจมือ ชาฮิดในภาพเลือดนองใบหน้าทวงถามความชอบธรรมว่าทำไมผู้ที่ต้องการเข้าไปไกล่เกลี่ยเพื่อให้เกิดเหตุการณ์ดีขึ้นอย่างเขาต้องได้รับการปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่ของรัฐแบบแย่ๆ ถึงขนาดนี้

ภาพนี้แพร่ออกไปทั่วประเทศ ได้รับการถ่ายทอดทีวีซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรียกว่าเกิดสุดๆ

ชาฮิดเป็นปากเป็นเสียงให้กับชาวมุสลิมในอังกฤษ เขาต่อสู้กับการเหยียดผิว แต่ในขณะเดียวกันก็ภาคภูมิใจที่เกิดมาเป็นชาวอังกฤษ ความโดดเด่นของเขาอยู่ที่การตั้งใจจริงและโปรโมทการอยู่ร่วมกันระหว่างคนต่างเชื้อชาติ ต่างศาสนา อย่างสันติ

เขาต่อต้านรัฐบาลอังกฤษต่อกรณีส่งทหารเข้าไปรุกรานอิรัก และสนับสนุนกฎหมายต้านการก่อการร้ายของพรรคแรงงาน

ชีวิตในรัฐสภาฯ

เขาได้รับเลือกเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งทั่วไปเดือนพฤษภาคม 2005 เป็นผู้แทนของเมืองดิวส์เบอรี และเป็นส.ส.พรรคแรงงานเพียงคนเดียวที่เป็นคณะกรรมการ Home Affairs Select Committee

เดือนธันวาคม 2005 ชาฮิดได้รับเลือกจากจากนิตยสารของรัฐสภาอังกฤษให้เป็นผู้แทนฯ ที่มี 'วาทศิลป์ยอดเยี่ยม' (Best Maiden Speech) ซึ่งถือเสมือนรางวัลออสการ์ของรัฐสภา รางวัลนี้มีการมอบทุกๆ 4 ปี และชาฮิดก็สามารถมีชัยเหนือนักการเมืองหน้าใหม่นับร้อยคน

เดือนมกราคม 2006 เขากลายเป็น 'Pool Champion' ของรัฐสภา ได้รับรางวัล 1,500 ปอนด์สเตอร์ลิง (100,000 บาท) ซึ่งชาฮิดได้บริจาคให้กับการกุศล

เดือนกุมภาพันธ์ 2006 ชาฮิดได้เป็นรองแชมป์รางวัลดาวรุ่งดวงใหม่ของสถานีโทรทัศน์ช่อง 4 'Channel Four News Rising Star Awards'

ในการปรับคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนพฤษภาคม 2006 ชาฮิดได้โปรโมทเป็นเลขาฯ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ

รัฐมนตรีมุสลิมคนแรกในคณะรัฐบาลอังกฤษ

และล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายน 2007 โทนี แบลร์ โบกมือลาตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอังกฤษ โดยมี กอร์ดอน บราวน์ ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งแทน และกอร์ดอนก็เลือกชาฮิดให้เป็นรัฐมนตรีด้านการพัฒนาความสัมพันธ์ต่างประเทศ

ชาฮิดถือเป็นมุสลิมคนแรกที่ได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลอังกฤษ

งานใหม่ของชาฮิดใน DFID มีบทบาทหลักในการโปรโมทนโยบายต่างประเทศอังกฤษเพื่อสนับสนุนประเทศกำลังพัฒนา ทำให้เขาจะต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อย ทั้งตะวันออกกลาง ละตินอเมริกา เอเชียใต้ จีน และรัสเซีย

ในการให้สัมภาษณ์สื่ออาหรับครั้งแรกหลังรับตำแหน่งรัฐมนตรี ชาฮิดบอกว่า เขาก็รู้สึกเช่นเดียวกับคนอื่นๆ ที่รู้สึกเศร้าใจกับเหตุการณ์ในฉนวนกาซา ปาเลสไตน์ เขาบอกว่าในวาระครบ 40 ปีของการยึดครองดินแดนปาเลสไตน์ตั้งแต่ปี 1967 จะต้องมีการการช่วยเหลือชาวปาเลสไตน์ที่ทุกข์ยากเหล่านี้

เมื่อพูดถึงตำแหน่งใหม่ของเขา ชาฮิดบอกว่า การแต่งตั้งมุสลิมอย่างเขาเป็นรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลอังกฤษเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า "สหราชอาณาจักรเป็นสังคมที่สร้างขึ้นมาบนพื้นฐานของคุณธรรม" และรีบพูดต่อไปว่า "แต่ที่สุดแล้ว ผมถูกเลือกให้ดำรงตำแหน่งนี้เพราะความสามารถ มิใช่เพราะพื้นเพความเป็นมุสลิมของผม"

ชาฮิดเลือกเยเมนเป็นประเทศแรกในการเยือนต่างประเทศในฐานะรัฐมนตรีด้านการพัฒนาความสัมพันธ์ต่างประเทศของอังกฤษ ในการเยือนเยเมนเมื่อต้นเดือนสิงหาคม 2007 ชาฮิดบอกว่าในขณะที่อยู่ในเยเมน เขาสามารถรู้สึกถึงความพิเศษในการที่เขาเป็นมุสลิม "ผมได้รับการต้อนรับที่อบอุ่นมากๆ และมีพลังจริงๆ" และยังบอกอีกว่าเจ้าหน้าที่ของเยเมนจำนวนมากบอกว่าการที่อังกฤษมีรัฐมนตรีมุสลิมเป็นการ "แสดงให้เห็นว่าสหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่"

ชาฮิดบอกว่า "เมื่อผมไปเยือนประเทศมุสลิม ทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐและประชาชนทั่วไปมักสนใจผมมากกว่าเจ้าหน้าที่จากอังกฤษคนอื่นๆ และชาวมุสลิมก็รู้สึกดีกับรัฐบาลอังกฤษผ่านตัวผมนั่นเอง เป็นความเกี่ยวข้องในแง่บวกมากๆ" ชาฮิดกล่าวต่อไปอีกว่าความเกี่ยวข้องแบบนี้จะเป็นบทบาทที่สำคัญตราบเท่าที่ยังมีผลต่อสหราชอาณาจักร โดยเฉพาะเป็นการ "ส่งเสริมคุณลักษณ์ที่ดีที่สุดของอังกฤษ" แต่ยังคงยึดมั่นว่า "นี่มิได้หมายความว่าเราจะสมบูรณ์แบบ ในฐานะที่เป็นมุสลิม ผมว่าไม่มีประเทศอื่นใดที่ผมจะอาศัยอยู่ได้ และไม่มีประเทศใดอีกแล้วที่จะให้สิทธิและเสรีภาพแก่มุสลิมเท่ากับสหราชอาณาจักร"

เมื่อถามถึงแผนการของ DFID ในระยะไม่กี่ปีข้างหน้า ชาฮิดกล่าวว่า "เราจะเซ็นสัญญาข้อตกลงระยะยาวให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้เพื่อช่วยคงความมีเสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลางตราบที่ยังต้องการความช่วยเหลือจากเรา" และบอกอีกว่า "มันเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องเร่งสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนเพื่อให้ตะวันออกกลางเป็นภูมิภาคที่เติบโตแบบยั่งยืน"

ชาฮิดมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่สำหรับหน้าที่ในฐานะรัฐมนตรีของเขา เริ่มต้นจากที่ทำให้ชาวอังกฤษตระหนักว่าเป็นหน้าที่รับผิดชอบของพวกเขาที่จะต้องช่วยเหลือคนยากจนในมุมอื่นๆ ของโลก เขาบอกว่า "เราจะโปรโมทเรื่องนี้ในอังกฤษให้มากขึ้น ให้พวกเขาได้รับรู้ว่าเราได้ทำอะไรลงไป ผมจะออกเดินสายบรรยายไปทั่วประเทศเพื่อให้ผู้คนได้ตระหนักถึงเรื่องนี้และให้โอกาสทุกคนได้เข้ามามีส่วนร่วม" เขากล่าวเพิ่มเติม "เราจะเชื่อมโรงเรียนในอังกฤษกับโรงเรียนในประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก เพื่อที่เด็กๆ ของเราจะได้เรียนรู้ว่าตัวเองต้องรับผิดชอบในต่อโลกนี้ด้วยเหตุที่เราเป็นประเทศที่ร่ำรวยอันดับที่ 4 ของโลก และความวิเศษอันนี้แหละทำให้เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องดูแลโลกใบนี้" เขาจบการพูดตรงที่ "ผมหวังว่าเด็กอังกฤษรุ่นใหม่จะเติบโตขึ้นมาไม่เพียงแต่เป็นประชากรที่มีคุณภาพของสหราชอาณาจักร แต่เป็นประชากรที่ดีและมีคุณภาพของโลกด้วย"

"คนส่วนใหญ่เข้าสู่วงการเมืองเพราะต้องการเปลี่ยนแปลงโลกนี้ และผมก็มีโอกาสแล้วในฐานะผู้นำองค์กร DFID ที่เป้าหมายมิใช่เรื่องอื่นใดเลยนอกจากเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้"

ที่มา: Shahid Malik: Britain's First Muslim Minister. Asharq Alawsat: Yemen. 14 Aug 2007.

http://www.asharqalawsat.com/english/news.asp?section=3&id=9886

http://www.shahidmalikmp.org/

http://en.wikipedia.org/wiki/Shahid_Malik

 
Copyright 2006 newmuslimthailand.com All rights reserved.    Online:  Contact : newmuslimthailand@yahoo.com