Home > ดร.สิตี อัคตาร์ อาซิซ

ดร. เซติ อัคตาร์ อาซิซ

Dato Dr. Zeti Akhtar Aziz

ค.ศ.1947

 

ไม่อนุญาตให้ก็อปปี้ข่าวและบทความออกไปจากเว็บไซต์ หากต้องการเผยแพร่กรุณาทำลิงค์เข้ามาอ่านในนี้ – ขอบคุณมาก

ดาโต๊ะ ดอกเตอร์ เซติ อัคตาร์ อาซิซ (Dato Dr. Zeti Akhtar Aziz) สตรีเหล็กผู้สวยสง่าแห่งมาเลเซีย ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ว่าการธนาคารกลางของมาเลเซีย (Bank Negara Malaysia - BNM หรือ Central Bank of Malaysia) ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2000 เป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รั้งตำแหน่งนี้ หลังจากที่มาเลเซียก่อตั้งธนาคารกลางขึ้นเมื่อเดือนมกราคมปี 1959 โดยผู้ว่าฯ ทั้ง 5 คนก่อนหน้านี้เป็นชายล้วน เธอยังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นสตรีคนแรกของเอเชียที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าแบงก์ชาติ

ดอกเตอร์เซติคนนี้เอง ที่ประกาศนโยบายควบคุมการปริวรรตเงินตราร่วมกับนายแพทย์ มหาธีร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เมื่อเดือน กันยายน 1998 ตอนนั้นเธอรักษาการผู้ว่าการธนาคารกลางมาเลเซีย เนื่องจากทั้งนายอาห์หมัด ดอน (Ahmad Don) ผู้ว่าการฯ และรองฯ ต่างลาออกจากตำแหน่งกันหมด เพื่อเป็นการประท้วงแนวทางของมหาธีร์ ท่ามกลางวิกฤติการเงินในเอเชียยามนั้น

คงจำกันได้ว่าพร้อมๆ กันนั้นเอง ก็ถึงกาลแตกหักระหว่างนายกรัฐมนตรีมหาธีร์กับนายอันวาร์ อิบราฮิม อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีคลัง

ดอกเตอร์เซติ วัย 58 ปี ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น "มืออาชีพ" ทางการเงินผู้นี้ เป็นบุตรสาวของ ศาสตราจารย์ ดิราจา อังกู อาซิซ อดีตรองประธานมหาวิทยาลัยมาลายา (Malaya University ) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของมาเลเซีย และตัวเธอเองก็จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ก่อนที่จะไปศึกษาต่อจนจบขั้นปริญญาเอกทางด้านการเงินจากมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย (University of Pennsylvania) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ที่เมืองฟิลาเดลเฟีย วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกของเธอเป็นเรื่องการจัดการกองทุน และส่วนหนึ่งเป็นเรื่องการไหลของทุนและบทบาทของนโยบายการเงิน ซึ่งถือเป็นงานวิจัยที่ค่อนข้างใหม่และแหวกแนวในสมัยนั้น

ดอกเตอร์เซติจบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยเดียวกันกับดอกเตอร์วีรพงษ์ รามางกูร หรือ "ดร.โกร่ง" ซึ่งมีแนวความคิดที่สวนทางกับ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เหมือนกัน!

ผู้ว่าการหญิงคนแรกของธนาคารกลางของมาเลเซียผู้นี้ ได้รับการยอมรับด้านความรู้ในเชิงวิชาการอย่างมากทั้งในมาเลเซีย และจากประชาคมโลก เธอมักจะได้รับเชิญไปแสดงปาฐกถาหรือสัมมนาเชิงวิชาการทางด้านการเงินอยู่บ่อยครั้ง แม้ว่าโดยปกติเธอจะไม่ใช่คนช่างพูด และมักจะพูดด้วยเสียงอันเบาๆ อีกด้วย

เมื่อเดือนเมษายน 1999 เธอไปพูดถึงความมั่นคงของเศรษฐกิจมาเลเซีย ที่สโมสรผู้สื่อข่าวแห่งชาติ ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. กล่าวได้ว่าเธอเป็นคนหนึ่งที่ตอกย้ำถึงความสำเร็จในการดำเนินนโยบายการเงินของมาเลเซีย ซึ่งในชั้นต้นมีเสียงคัดค้านอย่างหนัก ที่มาเลเซียทำตัวเป็น "เด็กดื้อ" ต่อไอเอ็มเอฟ ที่รู้ๆ อยู่ว่า มีสหรัฐฯ อยู่เบื้องหลัง!

ปี 1979-84 ดร.เซติทำงานเป็นนักเศรษฐศาสตร์วิจัยที่ Southeast Asia Research and Training Center (SEACEN) เธอทำวิจัยด้านนโยบายการเงินและการปฏิรูปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดร.เซติเขียนงานด้านนโยบายการเงินและเศรษฐศาสตร์การเงิน การไหลของเงินทุน และการบริหารเศรษฐศาสตร์จุลภาค

เธอเริ่มงานที่ธนาคารกลางของมาเลเซียในปี 1985 และเคยเป็นผู้แทนของธนาคารไปประจำอยู่ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ระหว่าง ปี 1989-94 เมื่อกลับมาแล้ว ดร.เซติได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าทีมนักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารกลางและเป็นผู้อำนวยการแผนกเศรษฐกิจ ปี 1995 เธอได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยผู้ว่าการ ซึ่งนับเป็นผู้หญิงคนแรกของธนาคารกลางที่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสูงและสำคัญขนาดนี้ แต่ตอนนั้นก็ยังไม่มีใครคิดว่าเธอจะก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของธนาคาร ถึงแม้ว่าจะมีผู้เห็นถึงความสามารถ และสนับสนุนเธออยู่มากก็ตาม

ดอกเตอร์เซติไม่ใช่ว่ามีความสามารถในฐานะผู้หญิงทำงานเท่านั้น ยังหน้าตาสวยงามสมวัยอีกด้วย เรียกได้ว่างามครบเครื่อง!

ภาระหน้าที่ของดอกเตอร์เซติก็คือ คิดค้นหาวิธีการต่อไปในการดำเนินการปฏิรูประบบธนาคาร และตลาดทุนของมาเลเซีย ซึ่งไม่น่าจะเป็นเรื่องที่เหลือบ่ากว่าแรงของเธอไปได้

วันที่ 21 ก.ค. 2005 ขณะที่ทุกคนมัวจับตามองรัฐบาลจีนประกาศลอยตัวค่าเงินหยวน (แค่ 2% ให้ฝรั่งดีใจเล่น!) แต่อีกด้านหนึ่งของเอเชีย เพียงหนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น ดร.เซติก็ประกาศลอยตัวเงินริงกิตมาเลเซียที่ผูกกับเงินดอลล่าร์สหรํฐที่ $3.8/ริงกิต มาตั้งแต่ปี 1998 (วีรกรรมบันลือโลกของนายแพทย์มหาธีร์และดร.เซติ) และเพียงอาทิตย์เดียวการไหลของเงินทุนก็เข้าสู่ภาวะปกติ

ดร.เซติบอกว่า ธนาคารกลางมาเลเซียเตรียมตัวอย่างดีเพื่อรับมือการลอยตัวค่าเงินหยวน (นิดหน่อย) ของจีน ซึ่งตลาดเงินได้คาดการณ์กันมาล่วงหน้าหลายเดือนแล้ว เรามองทุกทางเลือกของค่าเงิน และก็ได้ทดลองดูทั้งหมด ตอนแรกอาจมีการตื่นตกใจ แต่ท้ายที่สุดทุกอย่างก็ลงเอยด้วยดี

ดอกเตอร์เซติเคยกล่าวไว้ในบทสรุปเกี่ยวกับความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงในระบบการเงินระหว่างประเทศว่า โลกท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงและความไม่แน่นอนเช่นนี้ นับเป็นเรื่องยากที่จะทำนายถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญก็คือ ต้องพยายามทำความเข้าใจและมองให้ออกว่าอนาคตจะเปลี่ยนไปในรูปใด เพื่อที่จะได้ปรับตัว และพัฒนาขีดความสามารถ ให้สามารถดำรงอยู่ได้ในสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ทั้งนี้ก็เพื่อความอยู่รอด และการเติบโตแบบยั่งยืน!

มาเลเซียกับการเป็นศูนย์กลางการเงินอิสลาม

ดร.เซติ อัคตาร์ อาซิซ กล่าวว่าแดนเสือเหลืองยังได้เปรียบในฐานะเป็นศูนย์กลางการให้บริการด้านการเงินตามกฎอิสลาม แม้ปัจจุบันจะต้องเผชิญการแข่งขันที่ดุเดือดมากขึ้นจากผู้เล่นอื่นๆในภูมิภาคอย่างสิงคโปร์ ซึ่งมีฐานะเป็นศูนย์กลางการเงินเอเชียก็ตาม

เซติระบุว่า ระบบการเงินอิสลามของมาเลเซียซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานทางกฎหมายรองรับเป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องนั้น อยู่ในสถานะที่มั่นคงซึ่งสามารถพัฒนาต่อไปได้อีกยาวไกล โดยปัจจุบันมาเลเซียมีสถาบันการเงินอิสลามอยู่รวมทั้งสิ้น 12 แห่ง

ทั้งนี้ มาเลเซียถือเป็นชาติแรกที่เปิดให้บริการด้านการเงินตามกฎศาสนาอิสลามในปี 1983 และเพื่อที่จะรักษาสถานะความเป็นผู้นำในธุรกิจนี้ มาเลเซียจึงได้มีการเปิดเสรีระบบการเงินดังกล่าว พร้อมกับมีการส่งเสริมเพื่อยกฐานะประเทศให้กลายเป็นศูนย์กลางการศึกษาด้านการเงินตามกฎอิสลาม

ตามแผนเปิดเสรีดังกล่าว มาเลเซียได้ออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารอิสลามให้กับผู้เล่นจากต่างชาติ พร้อมกับอนุญาตให้บริษัทต่างชาติสามารถเข้ามาถือหุ้นในอุตสาหกรรมธนาคารและประกันภัยอิสลามได้มากถึง 49%

ธนาคารกลางมาเลเซียยินยอมให้มีการออกพันธบัตรอิสลามสกุลเงินต่างชาติ เพื่อจำหน่ายในตลาดกัวลาลัมเปอร์แล้วตั้งแต่ 1 พ.ย.2006 อันเป็นหนึ่งในความพยายามที่จะผลักดันให้แดนเสือเหลืองกลายเป็นศูนย์การเงินอิสลามระดับโลก

ดร.เซติ อัคตาร์ อาซิส ระบุว่า ผู้ออกพันธบัตรต่างชาติที่จะมีสิทธิ์ออกพันธบัตรอิสลาม จะต้องเป็นรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ ธนาคารเพื่อการพัฒนาระดับพหุภาคี สถาบันการเงินระหว่างประเทศ และบรรษัทข้ามชาติเท่านั้น ขณะที่ผู้ออกพันธบัตรท้องถิ่นจะต้องเป็นบรรษัทข้ามชาติของมาเลเซียเท่านั้น

ครอบครัว

ดร.เซติ อัคตาร์ อาซิซ แต่งงานกับ ดร.เตาฟิก อัยมาน ทั้งสองมีลูกด้วยกันสองคน

ปี 2005 นิตยสาร ยูโร-มันนี่ (Euro-money) ยกย่องให้เธอเป็น ผู้ว่าธนาคารกลางแห่งปี

มีผู้กล่าวถึงดอกเตอร์เซติว่า เธอไม่เพียงแต่เป็นอนาคตของมาเลเซียเท่านั้น แต่เธอยังคือ อนาคตของเอเชียอีกด้วย!

 

อ้างอิง: รุ่งมณี เมฆโสภณ. ดร.เซติ อัคตาร์ อาซิซ ผู้หญิงคนแรกที่คุมทิศทางเงินของมาเลเซีย. นิตยสารผู้จัดการ. มิถุนายน 2543.

http://www.gotomanager.com/news/details.aspx?id=710

http://www.accessmylibrary.com/coms2/summary_0286-9732744_ITM

http://globalmalaysians.com/business/story.asp?file=/2006/11/2/business/15892756&sec=gmnbiz

 

 
Copyright 2006 newmuslimthailand.com All rights reserved.    Online: 1 Visitors  Contact : newmuslimthailand@yahoo.com