Home > ฮาคีม โอลาจูวอน

ฮาคีม โอลาจูวอน

Hakeem Olajuwon

21 มกราคม ค.ศ.1963 -

 

โดย วาริษาฮ์ อัมรีล

http://www.newmuslimthailand.com/main/index.php

ไม่อนุญาตให้ก็อปปี้ข่าวและบทความออกไปจากเว็บไซต์ หากต้องการเผยแพร่กรุณาทำลิงค์เข้ามาอ่านในนี้ – ขอบคุณมาก

ฮาคีม โอลาจูวอน (Hakeem Olajuwon) เป็นอดีตนักบาสเกตบอลไนจีเรีย-อเมริกันชื่อดังของเอ็นบีเอ (NBA หรือสมาคมบาสเกตบอลสหรัฐฯ National Basketball Association) เขาเล่นให้กับฮิวส์ตัน ร็อกเก็ต (Houston Rockets ช่วงปี 1984-2001) ครองแชมป์ปี 1994-95 และอำลาวงการบาสเกตบอลกับทีมโตรอนโต แรพเตอรส์ (Toronto Raptors ช่วงปี 2001-02) แคนาดา

ฮาคีมย้ายจากไนจีเรียบ้านเกิดไปเล่นให้กับทีมมหาวิทยาลัยฮวส์ตัน รัฐเท็กซัส จากนั้นปี 1984 เข้าสู่วงการบาสเกตบอลอาชีพโดยเล่นให้กับทีมฮิวส์ตัน ร็อกเก็ต เขาตัวสูง 2.13 เมตร น้ำหนัก 116 กก. พอเล่นคู่กับ ราล์ฟ แซมสัน ซึ่งสูงพอกัน เลยโดนเรียกว่า "ตึกแฝด" (Twin Towers) ซึ่งในปี 1986 ทั้งคู่ได้นำฮวส์ตันเข้าชิงแชมป์เอ็นบีเอได้ แต่แพ้ให้กับบอสตัน เซลติก จากนั้นในปี 1988 ราล์ฟย้ายออกไป ฮาคีมเลยเป็นดาวเด่นของทีม

ปี 1993-94 เขาเป็นนักบาสคนเดียวในประวัติศาสตร์เอ็นบีเอที่ได้ 3 รางวัลในปีเดียวกันคือ "นักบาสที่ทรงคุณค่าที่สุดของเอ็นบีเอ" (MVP หรือ NBA's Most Valuable Player), "แนวรับยอดเยี่ยมแห่งปี (Defensive Player of the Year), และรางวัล Final MVP 

ปี 1996 เป็นหนึ่งใน "ดรีมทีม" บาสเกตบอลของสหรัฐฯ คว้าเหรียญทองโอลิมปิก

ปี 1997 ได้เป็นหนึ่งใน 50 นักบาสยอดเยี่ยมตลอดกาลของเอ็นบีเอ

เขาได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 5 ของกองกลางที่ดีที่สุดตลอดกาล

ช่วงต้นของชีวิต

ฮาคีมเกิดที่ไนจีเรีย พ่อชื่อ ซาลิม แม่ชื่อ อาบิเก ครอบครัวเป็นชนชั้นกลาง พ่อแม่ทำธุรกิจปูนซีเมนต์ในเมืองลาโกส์ ฮาคีมเป็นลูกคนที่สามในจำนวนพี่น้องหกคน เขาบอกว่าพ่อแม่ของเขาสอนให้เขาและพี่น้องมีคุณธรรม ขยัน "พ่อแม่สอนให้พวกเราซื่อสัตย์ ขยัน นับถือผู้ใหญ่ และเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเอง"

ตอนเด็กฮาคีมเล่นฟุตบอล ตำแหน่งผู้รักษาประตู เล่นแฮนด์บอล ซึ่งช่วยเรื่องการเต้นฟุตเวิร์กในกีฬาบาสเกตบอลในเวลาต่อมาอย่างดีทีเดียว เขาไม่ได้เล่นบาสเกตบอลเลยจนกระทั่งอายุ 15 ปี ซึ่งได้เข้าร่วมทีมท้องถิ่น ต่อมาเขาก็ซึมซับกีฬาชนิดนี้ได้ดี ฮาคีมบอกว่า "บาสเกตบอลเป็นกีฬาที่พิเศษกว่าอย่างอื่น ผมเรียนรู้ได้ไวมาก ผมรู้เลยว่านี่เป็นกีฬาสำหรับผม ส่วนกีฬาอื่นๆ ที่ผ่านมาน่ะเป็นเรื่องรองซะแล้ว"

มุสลิมผู้เคร่งครัด

ตอนเข้าวงการบาสเกตบอลใหม่ๆ ฮาคีมไม่ค่อยมีวินัย ชอบเถียงกรรมการ ทะเลาะกับนักกีฬาคนอื่นๆ บ้างเช่น เมจิค จอห์นสัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาหันหน้าเข้าสู่ศาสนา กลายมาเป็นคนเคร่งศาสนา ในวันที่ 9 มีนาคม 1991 ฮาคีมเปลี่ยนชื่อภาษาอังกฤษให้ถูกต้องตามการออกเสียงในภาษาอารบิก "ผมไม่ได้เปลี่ยนการสะกดชื่อ แค่ให้มันออกเสียงตรงกับภาษาอารบิกเท่านั้น" ต่อมาเขาบอกว่า "ผมศึกษาอัล-กุรอานทุกวัน ทั้งที่บ้าน ที่มัสยิด...ผมอ่านคัมภีร์ทั้งตอนนั่งเครื่องบิน ก่อนหน้าและภายหลังการแข่งขัน ผมดื่มด่ำกับศาสนาและเรียนรู้ความหมายใหม่ๆ ทุกคราวที่เปิดอ่านอัล-กุรอาน ผมมิได้ทำลวกๆ กับศาสนา ผมอุทิศชีวิตให้ทั้งชีวิต"

เขาหวนรำลึกถึงชีวิตวัยเด็กที่ไนจีเรีย ฮาคีมเติบโตมาแบบเด็กมุสลิม เมื่อมาถึงเมืองฮิวส์ตัน อเมริกา เขาจึงมองหามัสยิดของเมืองฮิวส์ตันทันที

และความรู้สึกเมื่อได้ยินเสียงอะซานแรกในอเมริกา "ขนแขนผมสแตนด์อัพทันที"

เมื่อได้เห็นมัสยิด ได้ยินเสียงอะซานแล้วทุกอย่างก็เริ่มลงตัว

ฮาคีมมีเข็มทิศติดตัวตลอดเวลา เพื่อจะได้รู้ทิศนครเมกกะยามถึงเวลาละหมาดไม่ว่าจะเล่นในสนามไหน เขาจ่ายซะกาต 2.5% ของรายได้แก่คนยากจน และไม่ว่าจะไปเล่นที่เมืองไหนฮาคีมจะหาทางไปละหมาดที่มัสยิดของเมืองนั้น

ฮาคีมบอกว่าเรื่องละหมาดสำคัญมาก ต้องจัดเวลาให้ดีโดยเฉพาะช่วงที่มีการแข่งขัน "เพราะอัลลอฮต้องมาก่อนอย่างอื่นทั้งหมด" ฮาคีมเน้น "สวรรค์ไม่ใช่ของราคาถูกๆ"

เมื่อไปแข่งขันที่เมืองอื่น ฮาคีมมักนั่งแท็กซี่ไปละหมาดวันศุกร์ที่มัสยิด เมื่อละหมาดเสร็จจะมีพี่น้องมุสลิมที่มัสยิดขับรถไปส่งเขาที่โรงแรมเสมอ "ไม่ใช่เพราะผมเป็นคนดัง" ฮาคีมบอก "พวกเขารู้ว่าการขับรถไปส่งผม พวกเขาจะได้รับรางวัลที่ยิ่งใหญ่จากอัลลอฮ เราทำทุกอย่างพื่อความพึงพอใจของอัลลอฮ"

เขาบอกว่า การละหมาด 5 เวลาเป็นข้อบังคับ จะอนุโลมไม่ได้ ฮาคีมอาบน้ำละหมาด จากนั้นหันไปทางทิศนคเมกกะ เริ่มต้นละหมาดด้วย "ด้วยพระนามของอัลลอฮ ผู้ทรงเมตตายิ่ง ผู้ทรงกรุณายิ่ง...มีเพียงพระองค์เท่านั้นที่เรากราบไหว้...โปรดนำเราไปสู่หนทางที่เที่ยงตรง หนทางที่พระองค์ทรงโปรดปราน มิใช่หนทางที่พระองค์ทรงกริ้ว"

ฮาคีมยังคงเป็นนักบาสที่โดดเด่นทั้งๆ ที่เคร่งครัดกับการปฏิบัติตัวตามข้อบัญญัติของศาสนา ถือศีลอดไม่เคยขาดแม้แต่วันเดียวแม้เย็นวันนั้นต้องลงแข่งขัน แถมยังเล่นได้ดีเป็นพิเศษในเดือนรอมดอนทั้งๆ ที่ถือศีลอด อาทิเช่นในปี 1995 เดือนรอมดอนเริ่มต้นวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ปรากฎว่าเดือนนั้นฮาคีมได้รับรางวัล "ผู้เล่นเอ็นบีเอยอดเยี่ยมของเดือน"

ช่วงรอมดอน ฮาคีมตื่นก่อนละหมาดซุบฮิเพื่อรับประทานอินทผลัม 7 ผลตามสูตร จากนั้นดื่มน้ำ 1 แกลลอน ก่อนจะละหมาดซุบฮิเพื่อความแข็งแกร่งของร่ายกายและจิตใจ ฮาคีมจะไม่กินและดื่มตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนพระอาทิตย์ตก ช่วงละศีลอดเขาจะรับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะ - ซึ่งก็มี ไก่, ผัก, และบางทีก็มีข้าว

หากมีการแข่งขันในช่วงบ่าย ฮาคีมแค่เอาน้ำเย็นมาประคบเท่านั้น แต่ไม่ยอมดื่มน้ำแม้แต่หยดเดียว กระนั้นก็ตาม "ผมพบว่าตัวเองยังคงมีพลังเต็มที่ และเมื่อถึงเวลาละศีลอดตอนหัวค่ำ ผมจะรู้สึกว่าแม้แต่น้ำเปล่าๆ ก็ช่างหอมหวานเหลือเกิน"

คนอื่นอาจจะคิดว่าเดือนรอมดอนเป็นเดือนที่ยาก แต่ฮาคีมบอกว่ารอมดอนเป็นของขวัญจากพระเจ้าต่างหาก "คุณจะรู้สึกว่าเป็นเดือนที่วิเศษ เพราะรอมดอนเป็นเดือนแห่งความเมตตา การให้อภัย การได้ใกล้ชิดกับพระผู้เป็นเจ้า" เขาบอก "คุณจะทำความดีมากขึ้นในเดือนนี้ คุณจะอ่านอัล-กุรอานมากขึ้น ศึกษาศาสนามากขึ้นกว่าเดิม"

ท้ายสุด ฮาคีมบอกว่าเดือนรอมดอน "เป็นเดือนที่คุณรอคอย เป็นเดือนที่คุณเร่งให้มาถึงเสียที"

ฮาคีมเป็นหนึ่งในนักกีฬาสุดรักสุดบูชาของเด็กอเมริกันมุสลิม แต่แม้จะประสบความสำเร็จสูงมาก ฮาคีมก็ใช่ว่าจะรู้สึกยินดีไปหมด

"ผมเป็นคนชนิดที่...ต้องการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ" เขากล่าว "ผมประสบความสำเร็จในเรื่องทางโลก ในเรื่องชื่อเสียงเงินทอง แต่ผมรู้ว่าชีวิตยังมีมากมายกว่าความสำเร็จด้านวัตถุ ผมซาบซึ้งกับสิ่งที่พระเจ้าได้ประทานให้ และการขอบคุณพระเจ้าของผมก็คือต้องเชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์"

ฮาคีมเจอคัลเจอร์ช็อคในอเมริกาเช่นเดียวกัน เขาเป็นชนกลุ่มน้อยแบบดับเบิล คือเป็นชนกลุ่มน้อยของชนกลุ่มน้อยอีกทีหนึ่ง เพราะการเป็นชาวผิวดำก็เป็นชนกลุ่มน้อยของสังคมแล้ว แถมยังเป็นมุสลิมอีกด้วย! แต่ฮาคีมบอกว่าเขาเจอความสงบภายในจากการปฏิบัติตามหลักศาสนาอิสลาม

"อัลลอฮบอกไว้ในอัล-กุรอานว่าอย่าดูหมิ่นเหยียดหยามผู้อื่น" ฮาคีมกล่าว "ดังนั้นมาตรวัดในอิสลามจึงมิใช่เรื่องของสีผิวหรือสถานภาพทางสังคม แต่ขึ้นกับว่าคุณเป็นคนดีแค่ไหนต่างหาก เมื่อผมไปมัสยิด แม้จะร่ำรวยและมีชื่อเสียง ผมต้องอ่อนน้อมถ่อมตน ต้องเกรงใจอิหม่ามมากๆ เพราะเขาเป็นคนดีกว่าผม รู้ศาสนามากกว่าผม"

ฮาคีมมักพูดเรื่องศาสนากับเพื่อนร่วมทีม โดยเฉพาะนักบาสชาวคริสต์เคร่งศาสนา ฮาคีมบอกว่า พวกเขาบางคน "มีปฏิกิริยาตอบกลับที่ดีมากๆ" ต่อความสุภาพของฮาคีม ที่พยายามจะเปลี่ยนพวกเขาให้เป็นมุสลิม

ฮาคีมบอกว่า ตัวอย่างเช่นเมื่อคริสตชนบอกว่าพระเยซูคือตัวแทนของ "ความจริงแท้" แต่อัล-กุรอานบอกว่าอัลลอฮเท่านั้นที่เป็นตัวแทนของความจริงแท้

แถมคุยๆ กันไป ก็เคยนำไปสู่การแลกเปลี่ยนความเห็นที่น่าสนใจทีเดียว ครั้งหนึ่งนักบาสร่วมทีมที่เป็นคริสต์ล้อฮาคีมเรื่องไม่ยอมรับประทานหมู เลยโดนฮาคีมสวนกลับ "หากนายปฏิบัติตามคัมภีร์ของนายละก็ นายจะรู้ว่านายก็กินหมูไม่ได้เหมือนกัน" (จาก เลวินิติ พระคริสตธรรมคัมภีร์ฉบับเก่า ที่ห้ามกินหมู แต่กฎข้อบังคับทางศาสนาข้อนี้โดยทั่วไปแล้วถูกละเลยโดยชาวคริสต์)

บางทีก็ถกกันเรื่องตรีเอกานุภาพ ที่เพื่อนชาวคริสต์ พวกมุสลิม "ไม่เข้าใจตรีเอกานุภาพเอาเลย!!!" ต่อมาฮาคีมถกเรื่องนี้จนเพื่อนคนนั้นต้องยอม และบอกว่า "ถึงอย่างไรก็ไม่มีใครใส่ใจเรื่องนี้อยู่ดี" ฮาคีมยักไหล่กับความทรงจำครั้งนั้น

"หากชาวคริสต์ปฏิบัติตามคำสั่งสอนที่แท้จริงของพระเยซูแล้ว พวกเขาจะหันหน้าเข้าสู่อิสลาม" เขากล่าว ชาวมุสลิมเชื่อว่าพระเยซูเป็นเพียงศาสนฑูตของพระเจ้า เช่นเดียวกับศาสนฑูตคนอื่นๆเช่น โมเสส อับราฮัม และ มุฮัมมัด - ซึ่งได้สั่งสอนให้ผู้คนยอมจำนนต่อพระเจ้าองค์เดียวเท่านั้น มีความเป็นธรรม และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น

ฮาคีมยังสนใจเผยแพร่คำสอนของอิสลามที่ถูกต้องแก่มุสลิมคนอื่นๆ ในสหรัฐฯ ด้วย

"ที่อเมริกา ผมมีโอกาสได้เจอะเจอกับมุสลิมจากชาติต่างๆ มากมาย" เขาบอก "พวกเขาเอาวัฒนธรรมของชาติตัวเองมา แล้วพยายามจะบอกว่านี่คือส่วนหนึ่งของอิสลาม" แต่หากพวกเขาได้ศึกษาอัล-กุรอานให้ถ่องแท้แล้ว จะพบอีกเรื่องหนึ่ง

"สหรัฐฯ เป็นประเทศที่ข้อมูลข่าวสารหาได้ง่ายมาก" มากกว่าประเทศมุสลิมซะอีก, ฮาคีมบอก, เพราะชาวอเมริกันมุสลิมปฏิบัติตามคำสอนของศาสนา ไม่ได้ปฏิบัติปนมั่วกับวัฒนธรรมท้องถิ่นของประเทศมุสลิมบางประเทศ

ฮาคีมยังกลับไปสอนพ่อแม่ที่ไนจีเรียด้วย ตัวอย่างเช่น ชาวมุสลิมที่ไนจีเรียจะถือศีลอดหนึ่งเดือนเต็มก่อนหน้าเดือนรอมดอนด้วย "แบบนี้ไม่ใช่อิสลาม" ฮาคีมบอก อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือ เมื่อมีคนตาย หลังจากนั้น 40 วัน ชาวมุสลิมที่ไนจีเรียจะชำแหละวัวหนึ่งตัวเพื่อทำบุญให้แก่ผู้ตาย ซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ฮาคีมบอกว่า "แบบนี้ก็ไม่ใช่อิสลามอีกเช่นกัน"

ฮาคีมยังโดดเด่นในฐานะนักกีฬาใจบุญ ช่วยเหลืองานการกุศล ในปี 1994 หลังจากเขาได้รับรางวัล MVP ฮาคีมได้ขึ้นเวทีพูดในงานของสภามุสลิมอเมริกาเหนือหรือ ISNA (Islamic Society of North America)

จนถึงทุกวันนี้ ฮาคีมก็ยังคงเป็นวีรบุรุษของเยาวชนมุสลิมในสหรัฐอเมริกา

ชีวิตส่วนตัว

ฮาคีมแต่งงานครั้งที่สองกับดาเลีย อาซาฟี เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 1996 ที่เมืองฮิวส์ตัน มีลูกสาวด้วยกันสองคนคือ รอฮ์มาฮ์ และ อาอิชาฮ์ และฮาคีมยังมีลูกสาวกับภรรยาคนก่อนอีกหนึ่งคนชื่อ อาบีโซลา เด็กๆ ทั้งสามคนถูกเลี้ยงดูมาแบบมุสลิม

นอกจากจะพูดภาษาอังกฤษแล้ว ฮาคีมยังพูดคล่องอีกหลายภาษาเช่น ฝรั่งเศส อารบิก และภาษาท้องถิ่นของไนจีเรียทั้ง โยรูบา อิกโบ และอีกิตี

ฮาคีมเซ็นสัญญากับรองเท้ากีฬายี่ห้อ Spalding เพื่อทำรองเท้ารุ่น 'ฮาคีม' ซึ่งขายในราคาเพียงคู่ละ 35 ดอลลาร์สหรัฐฯ (1,000 บาทนิดๆ) ฮาคีมถือว่าเป็นนักกีฬาน้อยคนนักที่ยอมเซ็นกับยี่ห้อนี้ ทั้งๆ ที่หากเป็นนักกีฬาคนอื่นที่โด่งดังระดับเขาก็ต้องเซ็นกับ Nike, Reebok, Adidas หรือไม่ก็ยี่ห้อสุดดังอื่นๆ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ฮาคีมตั้งคำถามว่า: "แล้วแม่จนๆ ต้องเลี้ยงลูกตั้งสามคนจะไปซื้อรองเท้ากีฬาไนกี้หรืออาดิดาสคู่ละ 5,000 บาทได้อย่างไร?"

"เธอไม่สามารถแน่ๆ ดังนั้นลูกๆ ของเธอต้องไปขโมยรองเท้าจากห้างหรือไม่ก็จากเด็กคนอื่น หรือไม่ก็อาจเลวร้ายกว่านั้น"

ชีวิตหลังอำลาวงการบาสเกตบอล

ฮาคีมเล่นในแถบฮิวส์ตัน 20 ฤดูกาลติดต่อกัน และยังมีบ้านอยู่ที่นั่น เขาได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในนักกีฬาในดวงใจของชาวฮิวส์ตัน

ฮาคีมยังประสบความสำเร็จในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกะประมาณว่าเขาน่าจะทำกำไรจากธุรกิจนี้ได้ประมาณ 4 พันล้านบาท ทุกคราวที่ซื้อทรัพย์สินเขาใช้เงินสดล้วนๆ เพราะศาสนาอิสลามห้ามยุ่งเกี่ยวกับดอกเบี้ย ฮาคีมเลยไม่ใช้เงินกู้

หลังอำลาวงการบาสเกตบอล ฮาคีมใช้เวลาส่วนใหญ่ในประเทศจอร์แดน ซึ่งเขาและครอบครัวไปศึกษาศาสนาอิสลามเพิ่มเติมที่นั่น ฮาคีมกลับไปสหรัฐฯ เพียงปีละไม่กี่ครั้งเพื่อเยี่ยมเยียนเพื่อนฝูงเก่าๆ

 

ที่มา: http://www.beliefnet.com/story/55/story_5556_1.html

http://en.wikipedia.org/wiki/Hakeem_Olajuwon

.............................................................................................................................................................................................

อ่านเพิ่มเติม:

อนุสาวรีย์ของโอลาจูวอนที่เท็กซัสต้องไม่มีภาพหรือรูปปั้น 

ฮาคีม โอลาจูวอน  

นักเตะมุสลิมระดับโลกในลีกสเปนกับการถือศีลอดช่วงรอมดอน  

บูสซูฟาฟิตสุดแม้ช่วงรอมดอน  

ศีลอดเรื่องใหญ่, กีฬาเรื่องรอง  

นักกีฬาอเมริกันปีนี้เจอรอมดอนช่วงซัมเมอร์  

 

 
Copyright 2006 newmuslimthailand.com All rights reserved.    Online: 3 Visitors  Contact : newmuslimthailand@yahoo.com