Home > คริส เวย์น แจ๊คสัน (มาห์มูด อับดุล-ราอุฟ)

คริส เวย์น แจ๊คสัน (มาห์มูด อับดุล-ราอุฟ)

Chris Wayne Jackson (Mahmoud Abdul-Rauf)

9 มีนาคม ค.ศ.1969 -

ภาพนี้เก๋ไก๋ที่สุด: ปี 1996 มาห์มูดไม่ยอมยืนเคารพธงชาติอเมริกัน เพราะเขาบอกว่า "ธงนี้คือประวัติศาสตร์ของการกดขี่" เลยโดนตัดสิทธิ์ห้ามเล่นหนึ่งนัด ต่อมามีการต่อรอง และจบลงที่มาห์มูดขอยกมือท่องดุอาระหว่างที่เพื่อนๆ ยืนเคารพธงชาติ

แปลโดย วาริษาฮ์ อัมรีล

http://www.newmuslimthailand.com/main/index.php

ไม่อนุญาตให้ก็อปปี้ข่าวและบทความออกไปจากเว็บไซต์ หากต้องการเผยแพร่กรุณาทำลิงค์เข้ามาอ่านในนี้ – ขอบคุณมาก

มาห์มูด อับดุล-ราอุฟ (Mahmoud Abdul-Rauf) ถือกำเนิดมาในชื่อ คริส เวย์น แจ๊คสัน (Chris Wayne Jackson) เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ค.ศ.1969 ที่เมืองกัลฟ์พอร์ต รัฐมิสซิสซิปปี สหรัฐอเมริกา เขาเป็นอดีตยอดนักบาสเกตบอลอาชีพของเอ็นบีเอ (NBA หรือ สมาคมบาสเกตบอลแห่งชาติสหรัฐฯ National Basketball Association)

พ่อของเขาเป็นชายผิวขาว แม่เป็นสตรีผิวดำชื่อ แจคเกอลีน แจ๊คสัน เขาเติบโตมาโดยไม่เคยรู้จักพ่อ และมีแววเป็นดาราบาสเกตบอลมาตั้งแต่เด็ก ตอนเรียนไฮสกูลที่กัลฟ์พอร์ต เขาได้รางวัล "ยอดนักบาสเกตบอลแห่งปีของมิสซิสซิปปี" สองปีซ้อน

ต่อมาตอนเรียนปีหนึ่งที่มหาวิทยาลัยหลุยเซียนา (Louisiana State University หรือ LSU) เขาทำประวัติศาสตร์ของเด็กปีหนึ่ง NCAA ด้วยการทำได้ 55 แต้มในนัดที่ 5 ตอนแข่งกับฟลอริดา

ปี 1990 เขาได้เข้าร่วมทีมเดนเวอร์ นักเกตส์ (Denver Nuggets) สองปีแรกเล่นไม่ค่อยเด่น ต่อมาในฤดูกาล 1992-93 เขาได้รับการโหวตเป็น "นักบาสที่ฝีมือพัฒนาขึ้นมากที่สุด" (NBA's Most Improved Player) และได้เปอร์เซ็นต์ free-throw สูงสุดในฤดูกาล 1993-94 โดยเขาโยนได้ถึง 95.6% ต่อมาปี 1996 ทำแต้มเฉลี่ยได้สูงสุด (19.2)

เขาประกาศอำลาวงการเอ็นบีเอเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 1999 แต่ก็กลับมาเล่นเป็นพักๆ

รับอิสลาม

เขาสนใจศาสนาตั้งแต่เด็ก นับถือคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ ก่อนจะหันมารับอิสลามในปี 1991 เปลี่ยนชื่อจาก คริส เวย์น แจ๊คสัน เป็น มาห์มูด อับดุล-ราอุฟ

อิสลามทำให้มาห์มูดเป็นผู้ใหญ่ขึ้นและมีวิสัยทัศน์ใหม่ในการใช้ชีวิต

ผมเคยปล่อยให้บาสเกตบอลมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของผม...แต่จะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว จากนี้ไปผมจะเล่นเพื่ออัลลอฮ...ความเข้มแข็งของผมมาจากอัลลอฮ ซึ่งตอนนี้ผมเข้มแข็งกว่าเมื่อก่อนตั้งมากมาย เพราะเป็นความเข้มแข็งจากภายใน

มาห์มูดเป็นโรค ทูเรซินโดรม (Tourette Syndrome) ตั้งแต่เรียนชั้นประถม (อาการชักกระตุก ไม่นิ่ง) แต่เขาเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส อาการป่วยนี้ทำให้เขากลายเป็นคนที่ต้องสมบูรณ์แบบ เช่นเขาจะไม่เลิกซ้อมบาสหากเขายังไม่โยนลูกลงห่วงเยอะๆ และแบบสวยๆ ด้วย ซึ่งพฤติกรรมนี้อาจทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักบาสที่มีเปอร์เซ็นต์การโยนลูกลงห่วงมากที่สุด

มห์มูดบอกว่า: ผมสรรเสริญอัลลอฮสำหรับทุกๆ สิ่ง ผมคิดว่าทูเรซินโดรมเป็นของขวัญจากพระเจ้าเพราะมันทำให้ผมเป็นคนที่ต้องสมบูรณ์แบบ (และทำให้เปอร์เซ็นต์โยนลูกลงห่วงสูงมากๆ) ตอนเด็กผมไม่คิดแบบนี้ ผมสงสัยว่าผมมีอะไรผิดพลาดหรือ ทำไมผมไม่หยุดกระตุก ตอนนั้นผมได้แต่นอนร้องไห้...

หลังอำลาวงการเอ็นบีเอ มาห์มูดกลับไปสร้างมัสยิดที่บ้านเกิดในเมืองกัลฟ์พอร์ต รัฐมิสซิสซิปปี และเป็นอิหม่ามสอนศาสนา

ขอยกมือท่องดุอาแทนการยืนเคารพธงชาติอเมริกัน

แม้ฝีมือการเล่นบาสเกตบอลของเขาจะได้รับการยกย่อง แต่ด้านหนึ่งที่ทำให้ชาวอเมริกันรู้จักมาห์มูดมากที่สุดก็คือ เขาไม่ยอมยืนทำความเคารพธงชาติอเมริกัน (ตอนเปิดเพลงชาติก่อนเริ่มการแข่งขัน) ที่เขาบอกว่าเป็น "สัญลักษณ์ของการกดขี่" และอเมริกาเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานแห่งการปกครองแบบกดขี่ ดังนั้นในวันที่ 12 มีนาคม 1996 เอ็นบีเอก็เลยประกาศไม่ยอมให้มาห์มูดลงเล่น อย่างไรก็ตามเอ็นบีเอระงับการเล่นของมาห์มูดแค่นัดเดียว เพราะสองวันต่อมาทางสโมสรฯ ได้ประนีประนอมกับเอ็นบีเอ โดยยอมให้มาห์มูดหลับตา ไม่ต้องมองธงชาติ และจากนั้นสิ่งที่มาห์มูดทำระหว่างที่เพื่อนๆ ยืนเคารพธงชาติก็คือ เขายกมือท่องดุอาแทน!!!

(เรื่องนี้มีพวกรับความจริงไม่ได้พอสมควร เลยไปพ่นสีธงชาติอเมริกันใส่มัสยิดโคโลราโดในอีกไม่กี่วันถัดมา อย่างไรก็ตาม เรื่องความเคร่งครัดในศาสนานี้หากเป็นนักกีฬาคริสเตียนทำแล้ว กลับกลายเป็นฮีโร่ เอามาทำหนังกันทีเดียว เช่นเรื่องของ เอริค ลิดเดิล (Eric Liddell), ผู้ซึ่งต่อมาเป็นมิชชันนารีเผยแพร่ศาสนาคริสต์ในประเทศจีน, เขาเป็นนักวิ่งทีมชาติอังกฤษในการแข่งขันโอลิมปิคที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส ปี 1924 ลิดเดิลไม่ยอมแข่งขันวิ่ง 100 เมตร เพราะการแข่งขันมีขึ้นในวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันที่ชาวคริสเตียนต้องพักผ่อนตามหลักศาสนา เขาเคร่งศาสนามากและบอกว่าการแข่งขันในวันอาทิตย์ถือเป็นบาป ตอนนั้นลิดเดิลทำให้โลกกีฬาตะลึงงัน แต่เขาก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจ และท้ายที่สุดลิดเดิลก็ได้เหรียญทองโอลิมปิกจากวิ่ง 400 เมตร ต่อมาทางฮอลลีวู้ดนำเรื่องของเขามาทำเป็นหนังเรื่อง Chariots of Fire ที่ได้รับรางวัลออสการ์ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมปี 1981 มีการยกย่องใหญ่โตว่าทำเพื่อศาสนา

ในขณะที่หากนักกีฬามุสลิมทำเพื่อศาสนาละก็ โดนว่าทุกที แม้กระทั่งมุฮัมมัด อาลี ยอดนักกีฬาแห่งสหัสวรรษก็ตาม

สำหรับเรื่องการดับเบิลสแตนดาร์ดของฝรั่งนี้ น้องๆ ต้องทำใจกันนิดนึง ของดีๆ ย่อมมีแรงเสียดทานเยอะ ก็ฝรั่งมันจะไม่โมโหได้ไงล่ะ มัสยิดในเมกา อังกฤษ ฝรั่งเศส คนละหมาดกันจนล้นออกมาบนถนนตลอด ในขณะที่โบสถ์คริสต์แทบไม่ค่อยมีคน ยิ่งหลัง 9/11 ฝรั่งผิวขาวแห่กันมารับอิสลามกันเยอะอีก ยิ่งโมโหตายเลย!!! - ผู้แปล)

 
Copyright 2006 newmuslimthailand.com All rights reserved.    Online: 5 Visitors  Contact : newmuslimthailand@yahoo.com