Home > แดเนียล มัวร์

บทกวีเล่มล่าสุดของมัวร์

Psalms for the Brokenhearted

แดเนียล มัวร์: กวีอเมริกัน

Daniel Moore: American Poet

ค.ศ.1940-

โดย วาริษาฮ์ อัมรีล

http://www.newmuslimthailand.com/main/index.php

ไม่อนุญาตให้ก็อปปี้ข่าวและบทความออกไปจากเว็บไซต์ หากต้องการเผยแพร่กรุณาทำลิงค์เข้ามาอ่านในนี้ – ขอบคุณมาก

ผมเป็นมุสลิมเมื่ออิสลามได้ฝังเข้าไปในทุกอณูของร่างกายผมแล้ว ภายนอกผมดูเหมือนคนที่พอใจกับชีวิตแล้ว แต่ภายในผมกลับไหลไปเรื่อย ผมเลิกบริษัทละครของผม Floating Lotus Magic Opera Company หลังตั้งมาสามปีเต็ม งานสุดท้ายของเราคือ ทำรายการโชว์ให้ Tim Leary Benefit ที่ the Family Dog เมืองซานฟรานซิสโกในปี 1968

ช่วง 6 เดือนหลังจากนั้นผมก็นั่งเคาะเครื่องพิมพ์ดีดในห้องใต้หลังคาในบ้านที่เบิร์กเลย์ พิมพ์ต้นฉบับบทกวีส่งให้สำนักพิมพ์

ผมว่าผมเป็นเซ็นนะ แต่ผมก็เป็นอย่างอื่นด้วย ชีวิตประจำวันของผม ตื่นเช้าขึ้นมา นั่งสมาธิ สูบ ฝึกโยคะครึ่งชั่วโมง จากนั้นอ่านบทกวี Mathnawi ของ รูมี (Rumi) ปราชญ์ชาวเปอร์เซียสมัยศตวรรษที่ 13

จากนั้นผมก็ได้พบกับชายผู้หนึ่งซึ่งต้องเป็นไกด์นำผมไปพบอาจารย์ที่โมร็อกโก ชัยค์ มุฮัมหมัด อิบนุ อัล-ฮาบิบ (ขอพระองค์อัลลอฮโปรดเมตตาเขา) บรรยากาศในการพบกันแรกๆ ช่างวิเศษแท้ ไกด์ของผมเป็นคนน่าทึ่ง แต่ต่อมานั่นแหละ การสนทนากับเขากลับนำไปสู่การปฏิวัติชีวิตของผมโดยสิ้นเชิง โดยไม่สามารถหวนกลับทางเดิมได้อีก!

ชายคนนี้เป็นฝรั่งอังกฤษผิวขาว แก่กว่าผมหน่อยนึง บุคลิกภาพดีมาก ฉลาด การศึกษาสูง แต่เขารู้เรื่องทั่วๆ ไปเยอะแยะ ทั้งบีทเทิลส์ หรือคอลเคชั่นศิลปะ Tantric ของ Brian Jones เขาบอกว่า ในชีวิตของเขา เจอมาหมดแล้วละ --- ยาเสพติดน่ะเขาก็ลองมาแล้วทุกชนิด จะเอาให้เคลิ้มขนาดไหนก็ได้ และในช่วงแห่งการแสวงหาของ ขณะที่อยู่ในโมร็อกโก เขาก็สะดุดเข้ากับอิสลาม จากนั้นก็พบกับซูฟี นั่นแหละการแสวงหาทั้งชีวิตจึงยุติลง เขาบอกว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างสุดๆ ที่เกิดขึ้นกับเขานั้นอานุภาพรุนแรงยิ่งกว่ายากล่อมประสาทใดๆ ทั้งหมด

เราคุยกันสามวันเต็มๆ มีชาวอเมริกันอีกสองคนและผมร่วมนั่งฟังเรื่องที่ชายคนนี้เล่าภาพต่างๆ เกี่ยวกับอิสลาม ความสมบูรณ์แบบของท่านนบีมุฮัมหมัด (ซ.ล.) ซูฟีที่โมร็อกโก และชัยค์อายุกว่า 100 ปีนั่งใต้ต้นไม้ในสวนกับเหล่าสานุศิษย์ร้องสรรเสริญอัลลอฮ มันคือสิ่งที่ผมใฝ่ฝันเลยละ มันเหมือนบทกวีมีชีวิต เหมือนเรื่องเพ้อฝันที่ประกอบเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน มีท่านศาสนทูตที่ทรงปัญญา ทว่าใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ท่านเป็นส่วนผสมของโมเสสที่ติดดิน เป็นพระเยซูแห่งโลกมนุษย์ และเป็นรัศมีที่สว่างไสวในตัวเอง

มันยากที่จะอธิบายเกี่ยวกับอิสลาม หรือพยายามจะอ้างถึงความสวยงามทั้งหมดผ่านคำพูดหรือตัวอักษร รัศมีแห่งอิสลามอยู่ในตัวท่านศาสนฑูตผู้เป็นมนุษย์เหมือนเรา ผู้ถ่ายทอดทุกอณูของอิสลามผ่านตัวของท่านเอง

สิ่งที่สะดุดตาที่สุดของไกด์ของเราก็คือ บุคลิกภาพที่อ่อนโยน สุภาพ แทบหาที่ติไม่ได้ ดูเหมือนว่าเขาจะดำรงชีวิตในแบบที่เขากำลังสอนคนอื่นอยู่นั่นแหละ จากนั้นก็ถือช็อตเด็ด เมื่อเขาถามผมแบบไม่อ้อมค้อม อืม เขาพูดขึ้นมาในเช้าวันนั้น หลังการสนทนาตลอดสามวันที่เราเห็นเหมือนกันว่า ไกด์ของเราได้พูดในสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่เราเคยได้ยิน คุณคิดว่าไง คุณอยากเป็นมุสลิมไหม 

ผมตอบเลี่ยงๆ ว่า อิสลามคือสิ่งที่สวยงามที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยิน แม้เมื่อก่อนผมเคยศึกษา เซ็น โยคะ พุทธแบบทิเบต และอาจารย์ฮินดู แต่ผมว่าอิสลามนี่ละใช่เลย! อย่างไรก็ตาม ผมขอเวลาเดินทางท่องโลกให้มากกว่านี้หน่อย ไปอัฟกานิสถาน บางทีผมอาจพบกับชัยค์ที่หมู่บ้านบนภูเขาไกลๆ นู่นก็ได้

ไกด์ของผมกลับรุกหนัก คำตอบของคุณยังไม่พอ ผมว่าคุณต้องตัดสินใจเดี๋ยวนี้ รับหรือไม่รับอิสลาม หากคุณรับอิสลามเราก็จะได้เริ่มต้นผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ด้วยกัน หากคุณไม่เปลี่ยนมารับอิสลาม ก็ไม่เป็นไร ผมถือว่าผมได้ทำหน้าที่ของผมแล้ว ผมต้องขอลาและไปตามทางของผม แต่คุณต้องตัดสินใจเดี๋ยวนี้ ผมจะลงไปข้างล่าง อ่านนิตยสารรอคุณ ใช้เวลาคิดก็แล้วกัน

เมื่อเขาออกจากห้องไป ผมก็รู้ว่าผมไม่มีทางเลือก ชีวิตทั้งชีวิตของผมยอมจำนนแล้ว ช่วงเวลาที่ผ่านมาของผมเหมือนเป็นเวลาที่สูญเปล่า ผมกำลังเผชิญกับการศรัทธาในพระองค์อัลลอฮ (ซ.บ.) ด้วยทั้งหมดของชีวิตและอย่างบริสุทธิ์ใจ ด้วยเส้นทางชีวิตก่อนหน้านี้ที่เคยย่ำเดิน ด้วยสัญญาณของผู้ศรัทธา ด้วยทางนำจากบุรุษผู้อยู่เบื้องหน้าของผม หรือไม่ผมก็ต้องละทิ้งสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดเพื่อค้นหาตัวเองและอนาคตที่ไม่รู้จะไปทางไหน

ผมตั้งใจให้วันนั้นเป็นวันพิเศษ เพราะเป็นวันเกิดของผม... วันที่ผมเลือกอิสลาม

ลงชื่อ อับดุลฮัยย์ มัวร์

--------------------------------------------------------------------------------

ประวัติส่วนตัว

แดเนียล มัวร์ เกิดปีค.ศ. 1940 ที่โอ๊คแลนด์ รัฐคาลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันอาศัยอยู่ในเมือง ฟิลาเดลเฟีย(Philadelphia) รัฐเพนซิลวาเนีย (Pennsylvania) บทกวีของเขามักตีพิมพ์ในนิตยสาร The Nation และ Zyzzyva มัวร์เปลี่ยนมานับถืออิสลามในปี 1970 ใช้ชื่อมุสลิมว่า อับดุลฮัยย์ (Abd al-Hayy)

ปี 1964 มัวร์ออกหนังสือรวมบทกวีเล่มแรก Dawn Visions พิมพ์โดย Lawrence Ferlinghetti แห่งสำนักพิมพ์ ซิตี้ไลท์บุ๊คส์ (City Lights Books) ซานฟรานซิสโก ได้รับรางวัล 2 รางวัลคือ รางวัล Ina Coolbrith Award สำหรับบทกวี และรางวัล James D. Phelan Award ช่วงปี 1966-69 มัวร์เขียนบทและกำกับบทละครให้กับบริษัทส่วนตัวของเขา Floating Lotus Magic Opera Company ที่เมือง เบิร์กเลย์ (Berkeley) รัฐคาลิฟอร์เนีย (California)

ปี 1972 ออกหนังสือรวมบทกวีเล่มที่สอง Burnt Heart, Ode to the War Dead พิมพ์โดยสำนักพิมพ์ City Lights เช่นเดียวกัน

เมื่อมัวร์หันมารับอิสลามในปี 1970 เขาใช้ชื่อมุสลิมว่า Abd al-Hayy และเดินทางไปทั่วทั้ง ยุโรป และอาฟริกาเหนือ มัวร์เลิกเขียนบทกวีไป 10 ปีเต็มๆ จากนั้นในช่วงทศวรรษ 1980 เขาถึงออกหนังสือรวมบทกวีอีกครั้งใน ซานตา บาบารา คาลิฟอร์เนีย คราวนี้ออกทีเดียว 3 เล่มคือ The Desert is the Only Way Out, The Chronicles of Akhira, และ Halley's Comet เขาเป็นผู้จัดงานอ่านบทกวีในเทศกาลศิลปะที่ซานตาบาบารา

ในปี 1990 มัวร์และครอบครัวย้ายไปอยู่ที่เมืองฟิลาเดลเฟีย ที่ซึ่งเขาเขียนบทกวี และอ่านบทกวีแก่สาธาณชนเป็นประจำ เขาเขียนบทกวีสองเล่มตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ Running Press ในฟิลาเดลเฟีย คือ The Zen Rock Garden ติดอันดับหนังสือยอดฮิต และ Warrior Wisdom ส่วนบทกวีอีกเล่มที่เขาเขียนให้กับสำนักพิมพ์ Larry Teacher Books พิมพ์ในปี 2001

บทกวีของมัวร์ (บางทีก็ใช้ชื่อมุสลิม Abd al-Hayy Moore) มักตีพิมพ์ในนิตยสาร Zyzzyva, the City Lights Review, และ The Nation มัวร์เคยอ่านบทกวีของเขาต่อหน้าผู้ชุมนุม 40,000 คนที่สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ United Nations ในกรุงนิวยอร์คในการเดินขบวนประท้วงสงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในบอสเนีย เขามีส่วนร่วมในการชุมนุมครั้งสำคัญๆ ของมหาวิทยาลัยต่างๆ อีกมากมาย เช่น ปี 1998 ที่ Bryn Mawr มหาวิทยาลัยชิคาโก และมหาวิทยาลัยดุ๊ค ปี 1999 ที่มหาวิทยาลัยอเมริกันที่กรุงไคโร อียิปต์ และปี 2000 ที่มหาวิทยาลัยอาคันซอส์

ปี 1996 มัวร์ออกหนังสือบทกวี The Ramadan Sonnets ตีพิมพ์ร่วมโดย สำนักพิมพ์ กิตาบ (Kitab) และ City Lights Books ปี 2002 เขาออกหนังสือบทกวี The Blind Beekeeper จัดจำหน่ายโดยสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยซิราคิวส์ รวมๆ แล้วมัวร์เขียนหนังสือรวมบทกวีกว่า 50 เล่ม

ในเดือนมีนาคม ปี 2000 และ ตุลาคม 2001 มัวร์ร่วมกับ Lotus Music และ Dance Studio ที่นิวยอร์ก จัดและเขียนบทให้กับการแสดงระบำหลากเชื้อชาติของ The New York Ramayana มัวร์ยังเขียนบทกวีและกำกับระบำผสมระหว่างโมฮอร์ก (Mohawk) และระบำสมัยใหม่แก่ The Eagle Dance: A Tribute to the Mohawk High Steel Workers ซึ่งกำหนดแสดงที่นิวยอร์กในวันที่ 22 กัยายน 2001 แต่เลื่อนไปเป็นวันที่ 16 มีนาคม 2002 ที่หอประชุม Aaron Davis Hall ที่ ฮาร์เล็ม (Harlem) นอกจากนี้มัวร์เข้าร่วมในงานชุมนุมคนกวีที่นิวยอร์ก อ่านบทกวีเวอร์ชั่นคาบาเร่ต์ของ The New York Ramayana ที่คลับกวี Bowery Poetry Club และยังร่วมอยู่ในคณะ The Poet in The World: Words in Community

หนังสือรวมบทกวีบางส่วนของแดเนียลมัวร์:

·     Dawn Visions - 1963

·     This Body of Black Light Gone Thru the Diamond - 1965

·     Burnt Heart: Ode to the War Dead - 1971

·     A Poem from Long Days on Earth - 1985

·     Ars Poetica - 1985

·     The Desert is the Only Way Out - 1985

·     Holograms - 1986

·     The First Mountains Salute the Last Mountains - 1986

·     The Chronicles of Akhira - 1986

·     The Hologram Singer - 1987

·     Stars as Bright as Ecstatic Song - 1988

·     Real Windows - 1988

·     Hologram - 1988

·     Halleys Comet - 1988

·     A Brilliant, Tortured Animal - 1988

·     On the Same Television Screen - 1989

·     The Ramadan Sonnets - 1996

·     The Blind Beekeeper - 2001

·     "Mars & Beyond" - 2005

·     "Laughing Buddha Weeping Sufi" - 2005

·     "Ramadan Sonnets" (The Ecstatic Exchange revisededition) - 2005

·     "Salt Prayers" - 2005

·     "Psalms for the Brokenhearted" - 2005

อ้างอิง: http://www.backtoislam.com/?p=31

http://www.danielmoorepoetry.com/

http://en.wikipedia.org/wiki/Daniel_Moore

 
Copyright 2006 newmuslimthailand.com All rights reserved.    Online: 2 Visitors  Contact : newmuslimthailand@yahoo.com