Home > โรบิน พาดิลลา

ละหมาดได้ทุกที่

น่ารักมั้ย?

โรบิน พาดิลลา (อับดุล อาซิซ)

Robin Padilla (Abdul Aziz)

21 พฤศจิกายน 1967 -

http://www.newmuslimthailand.com/main/index.php

ผมเกิดมาเป็นชาว (คริสต์) คาทอลิค ผมได้เปลี่ยนไปถือ (ศาสนาคริสต์แนวทาง) พยานพระยะโฮวา ตอนอายุ 12 ปี การเป็นชาวคอทอลิคหมายถึงเราต้องไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์ เพื่อพบปะกันแต่ก็ไม่ได้สนใจต่อคัมภีร์ไบเบิลเลย ส่วนการเป็นพยานพระยะโฮวานั้น ผมต้องศึกษาคัมภีร์ไบเบิลสองครั้งต่อสัปดาห์ และถือโอกาสนี้เผยแผ่มันด้วย ตอนอายุ 14 ปี ผมก็ได้ค้นพบตัวเองในโลกภาพยนตร์ จึงเข้ารับการฝึกฝนด้านนี้สองปี จากนั้นผมก็เข้าสู่วงการแสดงในบทผู้ร้าย เพราะผมไม่ค่อยหล่อเหลาเท่าใดนัก เมื่ออายุ 18 ปี ผมก็ได้เล่นในบทพระเอก มีภาพยนตร์แนวแอ็คชั่นที่ผมแสดงเกือบ 20 เรื่อง

ตอนอายุได้ 25 ปี ผมต้องติดคุก ผมถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 12 ถึง 21 ปี ด้วยข้อหาครอบครองอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย ขณะที่ผมอยู่ในคุกผมได้หันกลับไปหาพระเจ้าอีกครั้ง และนั่นทำให้ผมได้พบกับอิสลาม ผมเคยสูญเสียความเป็นตัวเองไปให้กับวงการบันเทิง โดยหมกหมุ่นกับการยิงปืน เหล้า และยาเสพติด สื่อมวลชนตั้งฉายาให้กับผมว่า 'Bad Boy Robin' ตอนนั้นผมรู้สึกว่าผมไม่ใช่คน ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพระเจ้า แต่เมื่ออยู่ในคุก ผมก็กลับมาเป็นคนอีกครั้งหนึ่ง ในคุกนี้เองที่ทำให้ผมได้พบกับศาสนาต่างๆ ทุกรูปแบบ ตอนนั้นผมยังคงเป็นพยานพระยะโฮวา ผมอ่านไบเบิลอีกครั้งและรู้สึกประหลาดใจในวิธีการเข้าถึงอาณาจักรของพระเจ้า ไบเบิลกล่าวว่า ท่านต้องเคารพบูชาพระเจ้าที่แท้จริงเพียงองค์เดียวด้วยดวงใจและวิญญาณของท่าน ผมรู้ว่าไบเบิลเป็นพระคำของพระเจ้าและผมรับรู้ถึงแนวคิดเกี่ยวกับพระเจ้าองค์เดียวและเยซูเป็นเพียงผู้ประกาศสาส์นของพระเจ้าเท่านั้น แต่การอธิบายของไบเบิลเกี่ยวกับเยซูทำให้ผมสับสน เพราะบางครั้งเยซูเป็นพระเจ้าแต่บางครั้งก็ไม่ใช่ ผมจึงคบหากับทุกคนเพื่อค้นหาพระเจ้าที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียว

ชีวิตในคุกอีก 7 เดือนต่อมา ผมได้พบกับชาวซูดานคนหนึ่งชื่อว่า มุฮัมมัด ฟูอาด กำลังนมาซอยู่ในรูปแบบคล้ายกับที่ผมทำ คือการกราบลงบนพื้น ผมเองวิงวอนต่อพระเจ้าด้วยวิธีเดียวกันนี้ เพราะมันมีปรากฏอยู่ในไบเบิล ผมจึงถามเขาถึงศาสนาที่เขานับถืออยู่ เขาบอกว่า "ผมเป็นมุสลิม"

ผมรู้สึกกลัวขึ้นมา เพราะผมเคยรู้ว่ามุสลิมคือ "ผู้ก่อการร้าย" ในสมัยนั้นมีมุสลิมบางคนได้ขู่ว่าจะสังหารพระสันตปาปา ผมถามเขาต่อถึงสาเหตุที่เขาต้องติดคุก เขาบอกผมว่าเขาถูกสงสัยว่าเป็นผู้ก่อการร้าย เขาบอกอีกว่า เขาถูกตำรวจใส่ร้าย เราได้สนทนากันอย่างมากมาย ผมสามารถมองเห็นความเป็นคนดีปรากฏอยู่ในดวงตาของเขาได้ เขาเชิญผมไปฟังกลุ่มพูดคุยมุสลิมและเข้าร่วมชุมนุมนักโทษมุสลิมทุกๆ เช้าวันศุกร์

ในเวลานั้น ผมได้รับมอบหมายให้ดูแลนักโทษจากเวลาเที่ยงคืนถึงแปดโมงเช้า ในวันศุกร์ต่อมา หลังจากผมมีเวลานอนเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น มุฮัมมัด ฟูอาดก็ปลุกผมไปร่วมการชุมนุม ที่นั่นมีคนที่หันมารับอิสลามคนหนึ่งชื่อว่า อิลยาส เขาได้พูดเกี่ยวกับความจริงที่ว่า พระเจ้ามีเพียงหนึ่งเดียว ผมบอกเขาว่าผมก็มีความคิดเช่นดียวกัน วันศุกร์ต่อมาก็มีการพูดคุยกันเกี่ยวกับความจริงที่ว่า เยซูนั้นเป็นเพียงผู้ประกาศสาส์นเท่านั้น ผมรู้สึกตื่นเต้นและผมคิดว่าผมได้ผมกับศาสนาที่ถูกต้องแล้ว ผมไม่สามารถข่มตาให้หลับได้ ผมคิดถึงเรื่องนี้ตลอดเวลา ดังนั้นเมื่อมีการพบปะกันครั้งที่สาม ผมจึงประกาศรับอิสลามในเดือนกันยายน ปีค.ศ 1995

ในเวลานั้น ผมมีเพื่อนสาวและมีลูกด้วยกัน เมื่อผมเข้ารับอิสลาม เราไม่เจอกันเป็นเวลา 3 เดือน แต่อัล-ฮัมดุลิลลาฮ์ เธอได้พูดว่า "วันหนึ่งเราจะแต่งงานกันแบบอิสลาม" สองเดือนต่อมา เธอก็ได้รับอิสลาม เรามีลูกสาวด้วยกัน 3 คน อายุ 9 ปี, 7 ปี, และ 5 ปี ตามลำดับ และลูกชายอีกหนึ่งคนในไม่ช้านี้

นับจากวันที่ผมได้เข้ารับอิสลาม ก็ปรากฏข่าวคราวตามหน้าหนังสือพิมพ์ ในชั้นแรกพวกเขาก็ตัดสินตัวผม โดยพวกเขากล่าวว่า ผมรับอิสลามเพราะต้องการมีภรรยาหลายคน แต่แท้จริงแล้วก่อนหน้านี้ผมสามารถมีภรรยาได้ไม่จำกัดจำนวน แต่หลังจากผมเป็นมุสลิมผมถูกจำกัดให้มีภรรยาแค่ไม่เกินสี่คนและต้องปฏิบัติกับพวกเธอในฐานะภรรยาและต้องรับผิดชอบด้วย แน่นอน ! ผมได้ "กลายเป็น" ผู้ก่อการร้ายไปแล้วด้วย! อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่เรือนจำได้สัมภาษณ์และพูดคุยถึงลักษณะที่ผมได้เปลี่ยนแปลงไปเป็นคนใหม่ การที่ผมรณรงค์ต่อสู้กับยาเสพติดในเรือนจำ ผมได้ช่วยสร้างศูนย์บำบัดยาเสพติดในเรือนจำเพื่อบำบัดนักโทษ ช่วยจับผู้ดูแลนักโทษที่เกี่ยวข้องกับการค้าขายยาเสพติด ผมได้เลื่อนไปอยู่อาคารดูแลความปลอดภัยระดับสูงสุด ในเวลานั้นผมคิดว่าผมต้องเป็น "คุณปู่" เมี่อผมออกจากคุก แต่ผมก็ฝันถึงอิสรภาพ ผมรู้ว่าพระเจ้าเป็นผู้ทรงอำนาจเหนือทุกสิ่ง ผมอ่านอัล-กุรอานอย่างหนัก ไม่ว่าซูเราะฮ์ไหนก็มีข้อแนะนำให้กับผม ในที่สุดผมก็ได้รับการปล่อยตัวเนื่องจากความประพฤติดีหลังจากอยู่ในคุกได้ 3 ปี

ผมได้ทำฮัจญ์ในปี 1999 ร่วมไปกับกลุ่มของแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติโมโร Moro National Liberation Front (MNLF) พวกเราเป็นแขกของกษัตริย์ ดังนั้นการทำฮัจญ์ของเราจึงสะดวกเป็นอย่างมาก เมื่อผมเฝ้ามองมุสลิมกำลังฏอวาฟรอบๆกะอฺบะฮ์จากข้างบนด้วยความพร้อมเพรียงกัน ผมรู้สึกทึ่งต่อผู้คนหลากหลายสีผิวถูกเชื่อมเข้ากันด้วยภราดรภาพแห่งอิสลาม ผมคิดว่าถ้าเราถูกเชื่อมกันในเรื่องอื่นๆ ทุกๆ ด้าน เราสามารถปกครองโลกนี้ได้เลย อินชาอัลลอฮ์

วันที่ผมถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำ เป็นวันอีด อัฎฮา ผมได้เห็นกะอฺบะฮฺนี้ในวันนั้น ผมร้องให้เนื่องจากผมนึกถึงความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับชีวิตของผมจากการที่ผมถูกตัดสินให้ไปอยู่ในคุก

ผมต้องการเผยแผ่อิสลามอย่างแท้จริง ผมมีวิธีการดะอฺวะฮ์ (การเชิญชวนผู้อื่นมาสู่อิสลาม) สำหรับผมแล้วอิสลามเป็นศาสนาที่ง่าย อัลลอฮ์ได้กล่าวเรื่องนี้ไว้ในอัล-กุรอานเช่นกัน ผมต้องการเห็นลูกๆ เติบโตมาด้วยความรู้และค่านิยมแบบอิสลาม ด้วยการร่วมมือกับพี่น้องบางคน ผมได้ก่อตั้งมูลนิธิแสงแห่งสันติภาพ (Light of Peace Foundation) และตอนนี้ผมกำลังทำงานเพื่อก่อตั้งโรงเรียนอิสลามด้วยความช่วยเหลือจากยูซุฟ อิสลาม (Cat Stevens)

ตอนไปเจดดาห์ ผมได้บรรยายเรื่องอิสลามให้กับชาวฟิลิปปินส์ 400 คน มีคนหนึ่งรับอิสลามในที่ประชุมนั้น หลังจากผมรับอิสลาม ผมให้ความรู้เรื่องอิสลามกับคนจำนวนมาก ในจำนวนนั้นมีทั้งญาติ เพื่อนฝูง และแฟนๆภาพยนตร์ อัล-ฮัมดุลิลลาฮ์ ที่ประทับอย่างยิ่งคือการรับอิสลามของอาผมเอง เขาเป็นคนที่เคยสังหารมุสลิมในมินดาเนาจำนวนมาก เมื่อผมคุยกับเขาเกี่ยวกับอิสลาม เขาถึงกับร้องให้และเข้ารับอิสลาม ผมมีความสุขที่ได้มีโอกาสพูดคุยเรื่องอิสลามกับคนอื่น ผมต้องการที่จะเป็นดะอีย์ (นักดะอฺวะฮ์) เต็มเวลาในแต่ละวัน

มันเป็นเรื่องลำบากสำหรับผมที่จะแสดงภาพยนตร์ต่อไป แต่ผมได้ทำสัญญาไว้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติให้ครบตามกำหนด ผมต้องอธิบายให้พวกเขาทราบว่ามีบางสิ่งที่ผมทำไม่ได้ มันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพวกเขา แต่เนื่องจากผมเป็นมุสลิม จะต้องไม่มีฉากจูบ ในเรื่องนี้พวกเขายอมผม อินชาอัลลอฮ์ เมื่อเวลานั้นมาถึงผมจะออกจากโลกภาพยนตร์

........................................................................................................................................................................

โรบิน พาดิลลา (Robin Padilla) หรือชื่อมุสลิม อับดุล อาซิซ (Abdul Aziz) ดาราภาพยนตร์ชื่อก้องของฟิลิปปินส์ หันมารับอิสลามช่วงกลางทศวรรษ 1990 จากนั้นเป็นต้นมาเขากลายเป็นทูตแห่งอิสลามในฟิลิปปินส์และอุทิศตัวเองให้กับงานการกุศลเพื่อช่วยเหลือพี่น้องมุสลิมตลอด โรบินก่อตั้งโรงเรียนอิสลามด้วยทุนของตัวเอง เป็นผู้นำในการรณรงค์ต่อต้านโรคมาเลเรีย และหาทุนสร้างสุสานมุสลิม

โรบินเกิดวันที่ 21 พฤศจิกายน 1967 ที่กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ โด่งดังจากการเป็นดาราหนังบู๊ตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1990 ด้วยภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Anak ni Baby Ama, Bad Boy (1990), Grease Gun Gang และภาพยนตร์แนวแอคชั่นอีกหลายเรื่อง

ปี 1995 โรบินติดคุก 3 ปีจากข้อหาครอบครองอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย ได้รับการปล่อยตัวในปี 1998 เขาบอกว่าเขาเปลี่ยนมารับอิสลามตอนอยู่ในคุก หลังจากนั้นโรบินเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างมาก จากที่เคยเล่นหนังแนวแอคชั่นล้วนๆ กลายเป็นเล่นหนังโรแมนติกซะ! ภาพยนตร์เรื่องแรกที่โรบินแสดงหลังออกจากคุกคือเรื่อง Kailangan ko'y Ikaw ซึ่งเล่นคู่กับ Regine Velasquez ปรากฎว่าดังระเบิดเถิดเทิง ทั้งโรบินและ Regine ได้กลับมาเกิดบนโลกภาพยนตร์อีกครั้ง จากนั้นภาพยนตร์เรื่องถัดๆ มาของโรบินก็ติดชาร์ตหนังขายดีมาตลอด

โรงเรียนมุสลิม

โรบินช่วยด้านการศึกษาของเด็กๆ มุสลิม เมื่อเดือนมิถุนายน 2007 โรบินได้ฤกษ์เปิดโรงเรียนพรีสกูลชื่อ Liwanag ng Kapayapaan (แปลว่า 'แสงแห่งสันติ' light of peace) ขนาด 1,100 ตร.ม. สำหรับเด็กมุสลิมที่เกซอนซิตี้ ใช้หลักสูตรของโรงเรียนอิสลาม หรือ 'มาดราซา' (madrasa) ตามกฎของกระทรวงศึกษาธิการฟิลิปปินส์ เป็นโรงเรียนที่โรบินสร้างขึ้นมาเอง ค่าเล่าเรียนฟรี หนังสือฟรี และรถรับ-ส่งก็ฟรีอีกเช่นกัน ตอนนี้มีเด็กๆ เข้าเรียน 30 คน

"ตอนไปเยือนมินดาเนา ผมพบว่าการขาดการศึกษาคือรากเหง้าของปัญหาความไม่สงบของที่นั่น เป็นเพราะเยาวชนขาดการศึกษา จึงหลงไปในทางที่ไม่ถูกต้อง" โรบินกล่าว "มาดราซาเป็นภาษาอารบิกแปลว่า โรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม"

"เมื่อก่อนเด็กๆ จากโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยดังๆ ไม่ได้ แต่ด้วยหลักสูตรใหม่สำหรับโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามของกระทรวงศึกษาธิการ เด็กๆ สามารถสมัครเข้ามหาวิทยาลัยที่ไหนก็ได้"

หลักสูตรโรงเรียนมาดราซา นอกจากจะสอนวิชาอื่นๆ ตามปกติเช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคม แล้ว ยังครอบคลุมภาษาอารบิก วิชาศาสนาอิสลามอีกด้วย

ครูของโรงเรียนพรีสกูลของโรบินมี 5 คน ได้รับการฝึกฝนจากโรงเรียนนานาชาติฟาวเท่นในตุรกี (Fountain International School) เขาบอกว่าจริงๆ แล้วอยากจะจ้างครูจากมหาวิทยาลัยในฟิลิปปินส์ แต่ค่าจ้างแพงไปหน่อย "ตอนที่โรงเรียนนานาชาติฟาวเท่นรู้ว่าเราจะทำโรงเรียนอิสลามที่นี่ พวกเขาเลยส่งข่าวมาบอกว่ายินดีจะเทรนครูให้ฟรีๆ เลย" โรบินกล่าว และเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2007 เขาบินไปตุรกีเพื่อพบกับประธานของโรงเรียนนานาชาติฟาวเท่น ซึ่งทางฟาวเท่นให้คำมั่นว่าจะเทรนครูให้ต่อไปเรื่อยๆ "ดังนั้นเมื่อเด็กอนุบาลของเราขึ้นป.1 ในปีหน้า ครูของเราก็พร้อม" โรบินกล่าว

โรบินบอกว่าโครงการระยะยาวของเขาคือ Liwanag ng Kapayapaan จะเติบโตไปเป็นโรงเรียนไฮสกูลสำหรับเยาวชนมุสลิม

ต้านมาเลเรีย

โรบินตัดสินใจช่วยรณรงค์ต่อต้านโรคมาเลเรียมาตั้งแต่ปี 2004 ตอนที่เขาไปเยือนซูลู และพบว่าชาวมุสลิมที่อาศัยที่โรงเรียนที่นั่นมิได้เจอกับภาวการณ์สู้รบเท่านั้น แต่ต้องเผชิญกับภัยร้ายจากโรคมาเลเรียด้วย "พี่น้องมุสลิมของเราไม่มีเงินจะซื้อยามารักษา ดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะทำได้ก็คือหาทางป้องกันไม่ให้พวกเขาเจออาการป่วยไข้" โรบินกล่าว

โรบินเป็นโฆษกขององค์กรต่อต้านโรคมาเลเรีย MAM (Department of Health's Movement Against Malaria) เขาใช้สื่อทุกด้านเช่น ทีวี วิทยุ ในการรณรงค์ ตอนนี้โปสเตอร์ของโรบิน (ทำโดย MAM) รณรงค์ต่อต้านมาเลเรียกำลังถูกส่งไปตามสถานีอนามัยและคลินิกในชนบททั่วฟิลิปปินส์

"ผมต้องการความช่วยเหลือจากทุกคนในการช่วยให้ความรู้แก่ประชาชนเรื่องโรคติดต่อ" โรบินผู้เป็นโฆษกของ MAM กล่าวในงานรณรงค์ต่อต้านโรคมาเลเรียที่มะนิลากอล์ฟคลับ เมืองมากาตี เมื่อเดือนกรกฎาคม 2007 "คุณเห็นมั้ย, พี่น้องมุสลิมของเราไม่เพียงแต่จะต้องเจอกับกระสุนปืน, ระเบิด, แต่ต้องเผชิญกับภัยร้ายจากมาเลเรียด้วย"

สุสานมุสลิม

โรบินกำลังอยู่ระหว่างหาทุนทำสุสานมุสลิมที่ Norzagaray, Bulacan, ซึ่งเขาบอกว่าที่ดินที่ใช้ทำสุสานได้รับบริจาคมาจาก 'พี่น้องมุสลิมผู้ใจบุญ' โรบินอธิบายว่าไม่ใช่ว่าทุกคนมีเงินพอจะหาสุสานที่ดีๆ ได้ "ตอนนี้เราหาเงินทุนทำสุสานได้ 1 ล้านเปโซแล้ว เงินบางส่วนได้ใช้สำหรับปรับพื้นที่" เขากล่าว "เรายังมีที่ต้องทำอีกเยอะ แต่อย่างน้อยๆ ก็ได้เริ่มงานเบื้องต้นไปแล้ว"

ครอบครัวของโรบิน, ทั้งภรรยาและลูกๆ 4 คน, อาศัยอยู่ในออสเตรเลีย ซึ่งโรบินไปเยี่ยมเดือนละครั้ง

ที่มา: Robin Padilla school for Muslim kids. Inquirer: Philippines. 2 June 2007.

http://showbizandstyle.inquirer.net/breakingnews/breakingnews/view_article.php?article_id=69182

Robin lends voice to malaria cause. Inquirer: Philippines. 9 July 2007.

http://showbizandstyle.inquirer.net/breakingnews/breakingnews/view_article.php?article_id=75682

http://en.wikipedia.org/wiki/Robin_Padilla

โรบิน ปาดิลลา: ดาราภาพยนตร์ชาวฟิลิปปินส์. อบู ชุบบาน แปลและเรียบเรียง. วารสาร Muslim Reader; Muslim Converted Association of Singpore.

 
Copyright 2006 newmuslimthailand.com All rights reserved.    Online:  Contact : newmuslimthailand@yahoo.com