Home > แคท (สตีเว่นส์) กลับมาแล้ว!

แคท (สตีเวนส์) กลับมาแล้ว!

Cat (Stevens) Is Back

 

เรียบเรียงโดย วาริษาฮ์ อัมรีล

http://www.newmuslimthailand.com/main/index.php

ยูซุฟ อิสลาม (Yusuf Islam) ซึ่งครั้งหนึ่งคือนักร้องชื่อดัง แคท สตีเว่นส์ (Cat Stevens) หันหลังให้วงการเพลงในช่วงที่เขาโด่งดังที่สุด

เมื่อคราวเป็นนักร้อง เขาเขียนและร้องเพลงฮิตมากมายของยุค 70 รวมทั้ง "Moonshadow", "Peace Train", และ "The First Cut Is the Deepest" ที่น่าทึ่งคือเพลงของเขาขายได้ถึง 60 ล้านแผ่น

แต่หลังจากเปลี่ยนมารับอิสลามในปี 1977 และเปลี่ยนชื่อเป็น ยูซุฟ อิสลาม เขาพักจากการร้องเพลง หันเข้าหาศาสนาเต็มตัว และปีนี้ เขากลับมาอีกครั้ง กับ "An Other Cup" อัลบั้มแรกในรอบเกือบ 30 ปี

"ช่วงเวลานี้ การ้องเพลงอาจเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ผมทำได้ เพราะผมไม่จำเป็นต้องทำเรื่องเลคเชอร์ การเมือง และพระผู้เป็นเจ้าแล้ว"

"ผมต้องการสื่อจากใจถึงใจ ให้แน่ใจว่าผู้ฟังเข้าใจในความสวยงามบริสุทธิ์ในสิ่งที่ผมได้ค้นพบ"

ยูซุฟบอกว่าเขาพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไปตลอดช่วงชีวิตการทำงาน

"คนจำนวนมากชอบที่จะให้ผมร้องเพลงต่อไป" ยูซุฟกล่าว "แล้วคุณก็มาถึงจุดที่คุณร้อง ไม่ว่าจะมากหรือน้อย...ทั้งหมดแหละ เมื่อคุณต้องการมีชีวิตแบบปกติชน คุณรู้ไหม จนถึงจุดนั้นน่ะ ผมเสมือนไม่มีชีวิต ผมกำลังค้นหา...อยู่บนเส้นทาง"

ยูซุฟถือกำเนิดมาในชื่อ สตีเว่น ดิมิทรี จอร์จิอู (Steven Dmitri Georgiu) ในลอนดอน ปีค.ศ.1948 พ่อเป็นชาวกรีก แม่เป็นชาวสวิส

พ่อแม่เขาเป็นเจ้าของภัตตาคาร เมื่ออายุได้ 12 ปีเขาจับกีต้าร์ขึ้นมาแล้วแต่งเพลงที่ชั้นบนของอพาร์ตเม้นท์

แฟนสาวคนแรกๆ ของเขาบอกว่าเขามีดวงตาเหมือนแมว เขารู้สึกชอบ และเมื่ออายุได้ 18 ปี แคท สตีเว่นส์ก็ออกอัลบั้มเพลงชุดแรก ดังเป็นพลุ ทัวร์คอนเสิร์ตยุโรป

จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อเขาพบว่าตัวเองเป็นวัณโรค เขาจึงตั้งคำถามกับตัวเองและเสียงดนตรีของเขา

"ผมเป็นวัณโรค ซึ่งเป็นโรคเมื่อพันปีก่อนเนี่ยนะ - ท่ามกลางสังคมที่ทันสมัยเช่นนี้ ผมต้องเข้าโรงพยาบาล แล้วสปอตไลท์ทุกดวงก็ดับลง ผมก็เริ่มถาม: 'เฮ้...แสงสว่างหายไปไหน มันทำให้ผมมองเห็นทางนะนั่น รึไม่...คุณก็มองหาแสงดวงใหม่ละกัน"

ภาวะใกล้ตายเช่นนั้นก่อจินตนาการท่วมท้น ช่วงพักฟื้นเขาเขียนเพลงมากกว่า 40 เพลง รวมทั้งเพลงที่ทำให้เขาเป็นตำนานในโลกดนตรีจนถึงทุกวันนี้ เขามีเป้าหมายจะเป็นดาวดวงเด่น แล้วเขาก็ทำได้ แต่ในปี 1975 ขณะที่เขาว่ายน้ำออกจากชายหาดมาลิบู คาลิฟอร์เนีย ภาวะใกล้ตายอีกครั้งหนึ่งได้ชี้ให้เขาเห็นถึงเป้าหมายที่แท้จริงของชีวิต

"ผมตัดสินใจออกไปว่ายน้ำ ไม่มีใครบอกผมหรอกว่าเวลานั้นน่ะไม่เหมาะจะว่ายน้ำเลย" ยูซุฟกล่าว "ก็ว่ายออกไป ...ก็...อืม...ดี...เอาละ ทีนี้ว่ายกลับได้แล้ว ผมก็พยายามว่ายน้ำกลับ ทันใดนั้นมันไม่ง่ายอย่างที่คิดนะสิ ผมรู้สึกว่าผมว่ายกลับฝั่งไม่ได้ - กระแสน้ำมันเปลี่ยนไปอีกทาง พัดผมออกไปไกลฝั่งกว่าเดิมเสียอีก"

"ผมหนาวยะเยือกขึ้นมาทันที ผมคิดเพียงว่า 'อาจจะนี่ละมั้ง' ผมบอก 'พระผู้เป็นเจ้า หากพระองค์ช่วยชีวิตผม เวลาที่เหลือของชีวิต ผมจะทำงานให้พระองค์' และก็ทันทีทันใดนั้นเอง เหมือนมีแรงอะไรไม่รู้มาพยุงช่วยชีวิตผมไว้ แล้วคลื่นที่ตามมาก็กลายเป็นคลื่นลูกเล็ก วินาทีมหัศจรรย์นั่นแหละที่จู่ๆ กระแสน้ำก็เปลี่ยนกลับมาทางเดิม ผมเริ่มมีกำลัง แล้วก็ว่ายกลับเข้าหาฝั่ง ผมกลับมายังชายหาด รอดตายอย่างปาฏิหาริย์  ว้าว! แล้วต่อไปล่ะ?"

จากนั้นยูซุฟพยายามแสวงหาศาสนาที่เหมาะกับเขา เขาศึกษา พุทธ เต๋า ไปจนถึงโหราศาสตร์ แต่เมื่อพี่ชายของเขามอบอัล-กุรอานให้เขา ชายผู้ซึ่งกำลังแสวงหาก็เจอเข้ากับคำตอบในที่สุด

ช่วงนั้นเขาก็ยังโด่งดังอยู่ในวงการเพลง เขาคิดว่าเขาไม่สามารถแบ่งเวลาให้ทั้งศาสนาและอาชีพได้

"เมื่อถึงเวลาต้องทำให้ชีวิตสมดุล ความรู้ที่ผมได้มา การค้นพบของผม ด้วยไลฟ์สไตล์ คือเนื้อหาในเพลงของผมตลอดมาเนี่ยบอกเลยว่า ผมพยายามหาคำตอบว่าผมคือใคร" ยูซุฟกล่าว "ตอนนี้ผมพบแล้ว ผมยังต้องร้องเพลงต่อหรือเปล่า? คือ...นั่นละคือคำถาม"

คำตอบออกมาในเดือนพฤศจิกายน ปี 1979 ที่เวมบลีย์สเตเดี้ยม กรุงลอนดอน เมื่อเขาขึ้นมาบนเวทีในสภาพของ แคท สตีเว่นส์ และเดินลงจากเวทีในสภาพของ ยูซุฟ อิสลาม

เขาไม่จับกีต้าร์อีกเลยเป็นเวลากว่า 20 ปี

ยูซุฟหันไปทำงานเพื่อรับใช้พระผู้เป็นเจ้าตามที่เขาสัญญาไว้เมื่อวันก่อนที่นอกชายฝั่งมาลิบู เขาเปิดโรงเรียนอิสลามแห่งแรกของลอนดอน จากนั้นทำมูลนิธิเพื่อการกุศล ช่วยเหลือเด็กกำพร้าทั่วโลก

ในปีนั้น ยูซุฟแต่งงานกับ เฟาเซีย อาลี สตรีมุสลิมผู้ศรัทธา ทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 5 คน ยูซุฟทำงานอย่างเงียบๆ หลีกเลี่ยงการเป็นข่าว

เมื่อถูกถามเรื่องความตึงเครียดด้านศาสนากระจายไปทั่วโลกในปัจจุบัน ยูซุฟกล่าวว่า "ผมไม่คิดว่าพระผู้เป็นเจ้าส่งศาสนฑูตและคัมภีร์มาให้เรา เพื่อที่เราจะได้ทะเลาะกันเรื่องศาสนฑูตและคัมภีร์ทั้งหลาย แต่ทั้งศาสนฑูตและคัมภีร์บอกให้เราอยู่รวมกันอย่างสันติ หากเราเมินเฉยต่อคำสอนเหล่านี้...ไม่ว่าคุณจะนับถือศาสนาอะไรก็ตาม ผมว่าเรายิ่งพบว่าโลกเราจะยิ่งยุ่งเหยิงกว่าเดิมซะอีก"

และเพราะบรรยากาศเช่นนี้แหละ ทำให้ชายผู้ซึ่งเคยเขียนเพลง "Peace Train" (รถไฟสายสันติภาพ) เมื่อหลายสิบปีก่อนได้ตระหนักว่าเขาควรจะกลับมาร้องเพลงอีกครั้งหนึ่ง

"จุดเปลี่ยนคือตอนที่ลูกชายผมเอากีต้าร์เข้ามาในบ้าน" เขาเล่า "คือผมบริจาคกีต้าร์ให้การกุศลไปหมดแล้วในปี 1979 และผมก็ไม่เคยจับมันอีกเลย ยี่สิบกว่าปีแล้วละมั้ง แล้ววันหนึ่ง...เมื่อทุกคนกำลังหลับใหล ไม่มีใครเห็น ผมจับมันขึ้นมา...แล้วผมก็พบว่าผมยังรู้ว่าจะวางนิ้วไว้ตรงไหน ผมเลยคิดว่า 'บางทีผมมีอีกงานนึงต้องทำแล้ว'"

ยูซุฟออกอัลบั้ม "An Other Cup" (อีกถ้วยหนึ่ง) ในเดือนพฤศจิกายน 2006 เป็นอัลบั้มแรกในรอบ 28 ปี

"คุณรู้มั้ย ถ้วยน่ะมันถูกวางไว้เพื่อให้มีคนไปเติม จะเติมอะไรลงไปก็ได้" ยูซุฟกล่าว "ใครที่ต้องการเห็น แคท สตีเว่นส์ บางทีคุณอาจจะเห็นในอัลบั้มนี้ แต่หากคุณต้องการเจอ ยูซุฟ อิสลาม ละก้อ คุณต้องค้นหาลึกลงไปอีกหน่อย...แล้วคุณก็จะพบเขา"

 

ที่มา: Yusuf Islam Reflects On His Return. CBS News. 3 December 2006.

 

 
Copyright 2006 newmuslimthailand.com All rights reserved.    Online:  Contact : newmuslimthailand@yahoo.com