> ปธน.บุชจัดงานละศีลอดเดือนรอมดอนที่ทำเนียบขาว

"เป็นเวลาที่เราต้องร่วมเฉลิมฉลองให้กับวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ของอิสลาม ซึ่งมีบทบาทต่ออารยธรรมโลกมาหลายศตวรรษ" บุชกล่าว

งานเลี้ยงละศีลอดที่ทำเนียบขาวคืนวันพุธที่ 3 ตุลาคม 2007

ปธน.บุชจัดงานละศีลอดเดือนรอมดอนที่ทำเนียบขาว

White House Iftar for Muslims

 

โดย IOL Staff

แปลโดย วาริษาฮ์ อัมรีล

http://www.newmuslimthailand.com/main/index.php

นายจอร์จ ดับเบิลยู. บุช, ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานละศีลอดแก่ผู้นำชาวมุสลิมในอเมริกาและคณะทูตจากประเทศมุสลิมประจำสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาวเมื่อคืนวันพุธที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา

"คืนนี้เรามาร่วมฉลองประเพณีของศาสนาอิสลาม, ซึ่งนำความหวังและความอบอุ่นสู่ศาสนิกกว่าพันล้านคนทั่วโลก" บุชกล่าวกับแขกกว่า 90 คนในงานเลี้ยงฉลองละศีลอดที่สเตทไดนิ่งรูม

รอมดอน "เป็นเวลาแห่งการบริจาคเพื่อการกุศลแก่ผู้ด้อยโอกาส เป็นเวลาแห่งการเฉลิมฉลองวัฒนธรรมอิสลามที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งได้มีบทบาทต่ออารยธรรมโลกมาหลายศตวรรษ" บุชกล่าวเพิ่มเติม

แขกที่เข้าร่วมในงานเลี้ยงมีทั้งผู้นำชาวมุสลิมในอเมริกาและคณะทูตประเทศมุสลิมประจำสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงนางลอรา บุช สตรีหมายเลขหนึ่ง, นายดิก เชนีย์ รองประธานาธิบดี, นางคอนโดลีซซา ไรซ์ รมต.ต่างประเทศ, และไมเคิล เชอร์โต ผอ.รักษาความมั่นคงภายใน

และยังมีสตรีอเมริกันมุสลิมอีกจำนวนมากที่มีบทบาทต่อสหรัฐฯ ทั้งในด้านวิทยาศาสตร์ การศึกษา ศิลปะ และวัฒนธรรม ได้เข้าร่วมงาน

"รอมดอนยังเป็นเวลาที่ดีที่ชาวอเมริกันทุกศาสนาได้สะท้อนให้เห็นถึงคุณลักษณะที่เรามีร่วมกันเป็นพื้นฐาน - ซึ่งนั่นรวมถึงความรักต่อครอบครัว, การเสียสละเพื่อชุมชน, และความยึดมั่นในเสรีภาพในการนับถือศาสนา" บุชกล่าว

รอมดอนเป็นเดือนที่ 9 ของปฏิทินอิสลาม เป็นเดือนที่อัล-กุรอานได้ถูกลงมายังศาสนฑูตมุฮัมมัด (ซ.ล.)

ช่วงเดือนนี้ ชาวมุสลิมจะงดอาหาร, น้ำ, สูบบุหรี่, และเรื่องเพศตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก

ก่อนหน้านี้ไม่นาน ทางเพนตากอนหรือกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้เป็นเจ้าภาพจัดงานละศีลอดแก่เจ้าหน้าที่การทหารของสหรัฐฯ ที่เป็นมุสลิมพร้อมด้วยครอบครัว ที่สำนักงานใหญ่เพนตากอน

สหรัฐฯ มีประชากรชาวมุสลิมราว 6-7 ล้านคน หรือราวร้อยละ 2-3 ของประชากรทั้งประเทศ

อิสลามแห่งสันติ

บุชกล่าวว่า ศาสนาอิสลามต่อต้านความรุนแรง

"ทุกวันนี้ โลกเรากำลังทำสงครามกับพวกนิยมความรุนแรงที่ประสงค์จะทำลายสังคมของเรา - และประสงค์จะหยุดยั้งความก้าวหน้าด้านเสรีภาพของสังคมมุสลิมทั่วโลก" เขากล่าว

"พวกเขาทำลายสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ทำลายมัสยิดและหอคอยอาซาน ล้างผลาญชีวิตผู้บริสุทธิ์ ทั้งสตรีและเด็ก"

"เราต้องการบอกคนพวกนี้ว่า คุณมิได้เป็นตัวแทนของชาวมุสลิม คุณมิได้เป็นตัวแทนของศาสนาอิสลาม - และคุณจะไม่มีวันทำได้สำเร็จ" บุชกล่าว

บุชแถลงต่อไปว่า ประเทศสหรัฐอเมริกายืนอยู่ข้างประเทศมุสลิมทั่วโลกเสมอ

"ประเทศเราปกป้องชาวมุสลิมในบอสเนียและโคโซโวหลังยูโกสลาเวียล่มสลาย เราช่วยคูเวตหลังโดนซัดดัมรุกราน" เขากล่าว (อ้าว! แล้วตอนซัดดัมบุกอิหร่านปี 1980 เมกาหายไปไหนล่ะ นั่นน่ะร้ายแรงกว่าซะด้วยซ้ำ เรื่อง 'หน้าไหว้หลังหลอก' ของอเมริกานี่มีมายาวนาน, ซัดดัมบุกอิหร่าน สื่อตะวันตกมันกรอกหูในทีวีและหนังสือพิมพ์ทุกวันว่าซัดดัมเป็นฝ่ายถูก อิหร่านผิด, พอซัดดัมบุกคูเวต อ้าว! สื่อตะวันตกเจ้าเดิมดันบอกว่าซัดดัมเป็นฝ่ายผิด ทั้งๆ ที่พฤติกรรมเหมือนกันเดี๊ยะกับตอนบุกอิหร่าน, ที่น่าอนาถคือคนจำนวนมากเสพข่าวอย่างไร้สติ สื่อตะวันตกว่าไงก็ว่าตามหมด โดยไม่เคยใช้ปัญญาคิด  - ผู้แปล)

เขากล่าวต่อไปว่า: "ชาวอเมริกันได้ช่วยเหลือปากีสถาน อินเดีย อิหร่าน ตอนเกิดแผ่นดินไหว (เอ...แต่หนนั้นจำได้ว่าอิหร่านปฏิเสธความช่วยเหลือจากอเมริกานะ - ผู้แปล) ชาวอเมริกันให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนเมื่อเกิดสึนามิในอินโดนีเซีย ศรีลังกา และประเทศไทย

"และเราสนับสนุนการก่อตั้งประชาธิปไตยปาเลสไตน์ให้อาศัยเคียงข้างกับอิสราเอลอย่างสันติ 

ที่มา: White House Iftar for Muslims. IslamOnline.net. 5 October 2007.

http://www.islamonline.net/servlet/Satellite?c=Article_C&cid=1190886137639&pagename=Zone-English-News/NWELayout